ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"

ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันเสาร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2554

วันที่ 26 กันยายน 2554 เวลา 12.00-17.00 น. ณ ห้องประชุม “คึกฤทธิ์ ปราโมช” สถาบันไทยคดีศึกษา. ตึกอเนกประสงค์1 ชั้น 9 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

 ม.ธรรมศาสตร์ จัดเสวนาและสาธิต พลิกตำนานคึกฤทธิ์กับโขนธรรมศาสตร์


ม.ล.วัลย์วิภา บุรุษรัตนพันธุ์ นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญและอาจารย์ที่ปรึกษาชุมนุมโขนธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ในโอกาสครบรอบ 100 ปีชาตกาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช 45 ปี โขนธรรมศาสตร์ และ 40 ปี สถาบันไทยคดีศึกษา สถาบันไทยคดีศึกษาด้วยความร่วมมือของชุมนุมโขนธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นผลผลิตทางความคิดเรื่อง ความเป็นไทยของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ได้จัดเสวนาและสาธิตเรื่อง "พลิกตำนานคึกฤทธิ์กับโขนธรรมศาสตร์" ในวันที่ 26 กันยายน 2554 เวลา 12.00-17.00 น. ณ ห้องประชุมคึกฤทธิ์ ปราโมช สถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของดขนธรรมศาสตร์ตามความคิดของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ผู้ก่อตั้งและอำนวยการฝึกซ้อม จนได้รับการยอมรับในความเป็นต้นแบบและความชัดเจนว่าไม่เพียงการอนุรักษ์นาฏศิลป์ชั้นสูงตามจารีต ประเพณีไทยเท่านั้น แต่เป็นโขนสร้างสรรค์จนกลายเป็นตำนานและการยอมรับมาจนทุกวันนี้
ผู้จัดได้พลิกตำนานหนึ่งของม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช กับโขนธรรมศาสตร์ โดยการนำกรณีการสรวม รัดเกล้ายอด ของนางเบญจกายในโขนรามเกียรติ์ตอนนางลอยมาเป็นกรณีจุดประเด็นความคิด โดยนายพินิจ บุญมา ศิษย์เก่าโขนธรรมศาสตร์ ผู้รับบทนางเบญจกาย ตัวแรกของโขนธรรมศาสตร์ ดร.ไพโรจน์ ทองคำสุก ภาคีราชบัณฑิตสำนักศิลปกรรม นายสมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร นายช่างศิลปกรรม ร่วมอภิปราย พร้อมทั้งสาธิตการแต่งกายและการรำประกอบชุดฉุยฉายนางสีดาแปลง หนุมานจับนางเบญจกาย ให้ชมฟรี โดยจัดแสดงจริงในวันที่ 9 ตุลาคม ศกนี้ ณ บริเวณ สนามหญ้า หลังบ้าน พลตรี ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช ตั้งแต่เวลา 19.00-20.45 น.
การก่อตั้งโขนธรรมศาสตร์ เป็นตัวอย่างสำคัญยิ่งของแนวคิดในการนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมที่ผ่านการศึกษาของคนรุ่นหลัง โดยมุ่งหวังให้ตระหนักในคุณค่าของวัฒนธรรมในประเทศไทยนั้นโขนไม่ใช่เป็นแค่เฉพาะการแสดงแขนงหนึ่งเท่านั้น หากแต่เป็นเครื่องประกอบพระเกียรติยศของสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสิ่งเทิดทูนเหนือเกล้าของ ม.รว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ท่านมีความเชื่อมั่นว่าการที่เยาวชนจะเห็นคุณค่าของศิลปะแขนงนี้ เยาวชนจะต้องรู้จัก สัมผัส และซาบซึ้งเสียก่อนด้วยการเข้ามาเล่นโขนเองโดยทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ เวลา และสละเงินส่วนตัว จนก่อตั้งได้ในปี 2509

 
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : นาง วันวิศาข์ ภาคสุวรรณ์ / ส่วนผลิต   Rewriter : นาง วันวิศาข์ ภาคสุวรรณ์ / ส่วนผลิต
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

วันเสาร์ที่ 24 และอาทิตย์ที่ 25 กันยายน ณ ลานชั้น 6 ศูนย์การค้า สยามดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์

 
กรุงเทพฯ--20 ก.ย.--ไอเดียเวิร์คส์ คอมมิวนิเคชั่นส์

องค์การแพลน อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานประเทศไทย เชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมสถานะภาพที่เท่าเทียมกันของเด็กหญิงและเด็กชาย ภายใต้โครงการ 'เพราะฉันคือเด็กผู้หญิง' พบกับการแสดงของเด็กหญิงและชายจากกลุ่มเอสคลับ มินิคอนเสิร์ตจากวงดนตรี และนักร้องชื่อดัง อาทิ เพลย์กราวด์ และมัสคีสเทียร์ พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการภาพวาดของเด็กหญิงชายไร้สัญชาติจำนวน 16 คนในจังหวัดเชียงราย ภายใต้หัวข้อ 'Through Their Own Eyes' เพื่อสื่อสารให้สังคมตระหนักถึงการช่วยให้เด็กหญิงและเด็กชายทุกคนได้มีโอกาสรับสิทธิได้อย่างเท่าเทียมกัน งานจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 24 และอาทิตย์ที่ 25 กันยายน ณ ลานชั้น 6 ศูนย์การค้า สยามดิสคัฟเวอรี่ เซ็นเตอร์

วันจันทร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2554

เรื่องคน 3 คน (ดีนะอ่านแล้วคิดและปฏิบัติให้ได้ ใจเราจะเป็นสุข)



จาก: Kittiya Sophonphokai <kittiya@ombudsman.go.th>
วันที่: 19 กันยายน 2554, 12:36
หัวเรื่อง:  เรื่องคน 3 คน (ดีนะอ่านแล้วคิดและปฏิบัติให้ได้ ใจเราจะเป็นสุข)
ถึง:

 

 

Best Wishes

กิตติยา(เจี๊ยบ) โสภณโภไคย

Kittiya  Sophonphokai

Professional Academic Officer

Ethical Standard Promotion Bureau

Office of the Ombudsman

' 66 2141 9283  Fax. 66 2143 8373

Mobile 668 5151 6298 

 kittiya@ombudsman.go.th


 

 


คน 3 คน ...

 ณ วัดบ้านไร่แห่งหนึ่ง
 
หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาต เห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น
จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร
ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า
'ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ
ทุกคนก็หาว่าผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ'
 
หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจแล้วสอนลูกศิษย์ว่า
 
'เจ้ารู้ไหม ในตัวเรามีคนอยู่สามคน

คนแรก คือ คนที่เราอยากจะเป็น
คนที่สอง คือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น
คนที่สาม คือ ตัวเราที่เป็นเราจริงๆ'

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้
นิ่งฟังหลวงตา 
 
'คนเราล้วนมีความฝัน ความทะยานอยาก ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย
บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน เช่น
บางคนอยากเป็นนักร้อง เป็นนักมวย เป็นดารา
ถ้าถึงจุดหมาย เราก็จะรู้สึกว่าโลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม
ดังนั้น เราควรมีความฝันไว้ประดับตน เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ'
 
'มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น
บางครั้งก็ยัดเยียดว่าเราดีเลิศ จนเราอาย
เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่ามันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ
แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง
ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น
มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นยื่นให้'
 
'อย่างคนขับสิบล้อจอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้งที่ศพนั้น ถูกรถชนตายอีกฝั่งแล้วดันถลามาใต้ท้องรถ
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนขับสิบล้อ บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่าเขาเป็นฆาตกร'
 
'สมัยที่หลวงตายังไม่ได้บวช เคยไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่มีผัวแล้ว
เพราะเห็นว่าบ้านเป็นซอยเปลี่ยว

ส่งได้สองครั้งก็เป็นเรื่อง ชาวบ้านซุบซิบนินทา
หาว่าเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน

คนที่เห็นนั้น มองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า
ไร้วิจารณญาณ ใจแคบ

มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง
คนเหล่านี้มีอยู่ทั่วไปในสังคม

 
เจ้าต้องจำไว้นะ
ทุกครั้งที่เราว่าคนอื่นเลว คนอื่นไม่ดี
ก็เท่ากับเราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
เห็นสิ่งไม่ดีของใคร..จงเตือนตัวเองว่าอย่าทำ อย่าเลียนแบบ
นั่นแหละ วิถีของนักปราชญ์

ถ้าเอาไปว่าร้ายนินทา เรียกว่า..วิถีของคนพาล'
 
'แล้วเราต้องทำตัวอย่างไรละครับในเมื่อเราต้องเจอคนเหล่านั้นเรื่อย ๆ'

ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ แล้วเริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา

 
'เจ้าต้องทำความเข้าใจ จิตใจมนุษย์
เรียนรู้ว่า ความเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้
เราห้ามใจใครไม่ได้

สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น
แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้เรา เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ
เพราะเราสัมผัสได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง

ใจเราควรสงบนิ่ง ยังไม่ต้องชำระ
ใจคนอื่นต่างหากที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็นอยู่
เขาเหล่านั้นเป็นบุคคลที่น่าสงสาร
มีเวลามองคนอื่น แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง
จงแผ่เมตตาให้เขาไป
เข้าใจใช่ไหม'
 
'เข้าใจครับหลวงตา'

 
เด็กน้อยยิ้มมีความสุขอีกครั้ง
 
สว่างตา ด้วยแสงไฟ
สว่างใจ ด้วยแสงธรรม

พุทธัง สรณัง คัจฉามิ
ธัมมัง สรณัง คัจฉามิ
สังฆัง สรณัง คัจฉามิ
 
สรณะอื่น ไม่มี

ชีวิตนี้เพื่อพระรัตนตรัย

 

 

 

 





วันอาทิตย์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2554

: บทความดีค่ะ



จาก: somboon srikomdokcare <wept_somboon@hotmail.com>
วันที่: 18 กันยายน 2554, 20:38
หัวเรื่อง: บทความดีค่ะ
ถึง: 

ลูก จงจำไว้ว่า .....
การไม่ต่อสู้ใน บางกรณี
กลับเป็นวีรกรรมที่ยิ่งใหญ่กว่าการต่อสู้
อย่างเอาเป็นเอาตาย

ลูกจงอย่าโกรธคนไม่ดี
ที่จริงเขาก็อยากดีเหมือนกัน
แต่เขาไม่เข้าใจว่า
อะไรเป็นความดี ... อะไรคือไม่ดี

ลูกพ่อต้องเป็นคนแข็งแรง ... ไม่แข็งกระด้าง
ลูกพ่อต้องเป็นคนเรียบง่าย ... ไม่มักง่าย
ลูกพ่อต้องเป็นคนอ่อนโยน ... ไม่อ่อนแอ

ลูกจงโอนอ่อนผ่อนตาม
อย่างฉลาดและสุขุม
การพ่ายแพ้ด้วยศิลปะ
ดีกว่าการชนะด้วยอารมณ์

ความกล้าหาญต้องประกอบด้วยสติปัญญา
ถ้าลูกกล้าโดยไม่มีสติปัญญา
เขาเรียกว่าคนบ้าบิ่น

ปลายทางสุดท้ายของความไม่พอ
คือ ... ความทุกข์

ลูกจงจำไว้ว่า ...
ผูท ี่ไม่มีใครให้อภัยผู้อื่น
คือผู้อ่อนแอทางจิตใจ
การให้อภัยศัตรู คือการสร้างมิตร

ลูกควรจำสิ่งที่ควรจำ ลืมสิ่งที่ควรลืม
ทำสิ่งที่ควรทำ และต้องรู้ว่าสิ่งใดควรทำก่อน
สิ่งใดควรทำทีหลัง

เมื่อลูกสังเกตดู จะพบว่า
ภายหลังเสียงหัวเราะ จะมีน้ำตา
ภายหลังเสียน้ำตา จะเห็นแสงธรรม
คือความจริงของชีวิต
หกล้มเราเพราะก้าวเดินไปข้างหน้า
ยังดีกว่าลูกยืนเต๊ะท่าอยู่กับที่
เพราะถ้าลูกยืนไม่ดี ... ก็จักมีคนมาถีบให้ล้มอยู่ดี

ลูกจงหาความสุขกับปัจจุบัน
อย่าใฝ่ฝันถึงอนาคต
อย่างหมกมุ่นอยู่กับอดีต
จะทุกข์

ลืมอะไรก็ลืมได้ แต่อย่าลืมตัว
เสียอะไรก็เสียได้ แต่อย่าเสียคน
ผิดอะไรก็ผิดได้ แต่อย่าผิดศีลธรรม

ลูกจงจำไว่ว่า ...
ธรรมชาติไม่เคยให้อภัยใคร

ใครทำอย่างใด ต้องได้รับอย่างนั้น
แต่ธรรมชาติก็ให้โอกาสทุกคนเสมอ
แต่คนเรา ... โดยส่วนมาก
ไม่ค่อยยอมรับโอกาสนั้น

ลูกจงจำไว้ว่า
คนเห็นแก่เงิน คบยาก
คนเห็นแก่งาน คบยาก
คนเห็นแก่ผู้อื่น คบสบาย

ผู้กล้าหาญ คือผู้ที่สามารถบังคับตัวเองได้
ถ้าลูกจักปลูกต้นไม้ ต้องบำรุงราก
แต่ถ้าปลูกจิตใจ
ต้องบำรุงด้วยศีลด้วยธรรม

การโกรธ เป็นวิสัยของปุถุชน
การให้อภัย เป็นวิสัยของบัณฑิต
ลูกพ่อจะเป็นบัณฑิต จึงต้องฝึกการให้อภัย
ด้วยความมีเมตตา
เพราะเมตตาแก้ความโกรธได้  

หน้าที่ของลูกควรปฏิบัติต่อผู้อื่น คือ
การมอบน้ำใจให้แก่กันและกัน

ลูกควรมองคนในแง่ดี  
ให้มองว่าไม่มีใครจะเลวทั้งหมด
คนเราเป็นมิตรกันได้
แม้จะมีความคิดต่างกัน

เรือที่ออกทะเล
ปฏิเสธคลื่นลมไม่ได้ ฉันใด
ชีวิตของลูก
ปฏิเสธอุปสรรคไม่ได้ ฉันนั้น

บางส่วนจากเจ้าของบทความ :
จากหนังสือ ๖ ๐ ข้อคิดบันทึกไว้จากใจพ่อ

อิกคิว ผู้คัดลอก


ความดีของลูก คือความสุขของพ่อ แม่
ความเลวของลูก คือความทุกข์ของพ่อแม่

    ฉัน พูดกับพุทธองค์ว่า
ฉันพูดกับพุทธองค์ว่า : ขอให้เพื่อนของฉันทุกคนมีความสุข สุขภาพดี ตลอดไป
พุทธองค์ตอบว่า : ขอได้เพียง 4 วันเท่านั้น
ฉันตอบว่า : ได้ ถ้างั้นขอวันฤดูใบไม้ผลิ วันฤดูร้อน วันฤดูใบไม้ร่วง วันฤดูหนาว
พุทธองค์ตอบว่า : 3 วัน
ฉันตอบว่า : ได้ เมื่อวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้
พุทธองค์ตอบว่า : ไม่ ได้ ให้ได้แค่ 2 วัน
ฉันตอบว่า : ได้ งั้นเป็นกลางวัน และ กลางคืน
พุทธองค์ตอบว่า : ไม่ได้มากไป ให้ได้วันเดียว  
ฉันตอบว่า : อ๋อ ได้  
พุทธองค์ถามว่า : วันไหนล่ะ  
ฉันตอบว่า : ขอเป็นวันที่เพื่อนๆของฉันยังมีชีวิตอยู่
พุทธองค์หัวเราะ แล้วพูดว่า : นับแต่นี้ไปเพื่อนๆของเธอจะมีความสุข มี สุขภาพแข็งแรงทุกๆวัน

คนที่ได้เมล์ฉบับนี้แล้วส่งต่อให้เพื่อน , ขออวยพรให้เพื่อนๆ ของคุณทุกคนมีความสุข สุขภาพดี
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ดูแลตัวเองด้วย (อย่าลืมส่งความอบอุ่นไปด้วยล่ะ)

ปล. พุทธองค์พูดว่าเพื่อนที่ดีไม่ควรขาดการติดต่อ

 

 


 



 

 




วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

สาธารณสุขเร่งตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 215 แห่งทั่วประเทศ (ฐานเศรษฐกิจ)

 
สาธารณสุขเร่งตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 215 แห่งทั่วประเทศ (ฐานเศรษฐกิจ)

         ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบนโยบายให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองในเขตเทศบาลเมืองทั่วประเทศ ปีนี้เริ่ม 215 แห่ง ทำหน้าที่เป็นหน่วยพยาบาลตรวจรักษาโรคทั่วไป ทำฟัน เยี่ยมไข้ฟื้นฟูสุขภาพ  ประชาชนในเขตเมืองได้รับบริการสะดวก รวดเร็วและโดนใจสุดๆ


          วันนี้(16 กันยายน 2554)ที่ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมผู้บริหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่  จำนวน 600 คน เพื่อมอบนโยบายการพัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่  ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และให้บริการที่ได้มาตรฐาน ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว โดยมีรูปแบบของศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 4 จังหวัดคือ พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา แพร่ และสงขลา เป็นต้นแบบ  พร้อมมอบโล่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองดีเด่นระดับเขต 18 รางวัล


          นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายจะพัฒนาระบบริการสุขภาพของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับทั่วประเทศ ให้สามารถบริการที่บูรณาการและเชื่อมโยงกัน  โดยเพิ่มขีดความสามารถโรงพยาบาลแต่ละระดับ ให้การรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ  เช่น พัฒนาโรงพยาบาลศูนย์ที่กระจายในภาคต่างๆ ให้มีความเป็นเลิศ เป็นศูนย์เชี่ยวชาญไม่แตกต่างจากโรงเรียนแพทย์  เช่นศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ศูนย์มะเร็ง และศูนย์ทารกแรกเกิด มีระบบการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อที่มีประสิทธิภาพ  และพัฒนาโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สามารถให้บริการเชิงรุก ป้องกันโรค ลดจำนวนผู้ป่วย ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง เป็นธรรม ทันเวลา และมีความพึงพอใจต่อบริการหรือโดนใจประชาชนสูงสุด 
 
          สำหรับงานเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการขณะนี้ คือการลดความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั่วประเทศ คือที่โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนัก รุนแรง มีผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือแพทย์ชั้นสูง โดยมีประชาชนมาไปตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกหรือโอพีดีเฉลี่ยวันละกว่า 2,000 คน ผู้ป่วยดังกล่าวประมาณ 2 ใน 3 ป่วยเป็นโรคทั่วๆไป ทำให้โอพีดีแน่นแออัด รอคิวนาน  แพทย์มีเวลาตรวจน้อย ส่งผลให้คุณภาพการรักษาพยาบาลลดลง จึงมีนโยบายจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพชุมชนเมืองในเขตเทศบาลเมืองทุกแห่ง ให้เป็นหน่วยบริการสุขภาพของโรงพยาบาลใหญ่ตรวจรักษาผู้ป่วยทั่วๆไป หากป่วยหนักหรือฉุกเฉินจะส่งรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ ระบบนี้ประชาชนจะได้รับบริการสะดวก เร็วขึ้นกว่าเดิม


           นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวต่อไปว่า ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองนั้นจะมีบริการทั้งให้การรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค รวมทั้งการเข้าเยี่ยมบ้านดูแลฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยในชุมชน โดยเฉพาะโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และมีบริการการแพทย์แผนไทยควบคู่ไปด้วย  โดยศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 1 แห่งจะดูแลประชากรประมาณ 30,000 คน ในระยะแรกจะตั้ง 215 แห่ง  โรงพยาบาลศูนย์จะตั้ง 3 แห่ง  โรงพยาบาลทั่วไปจะตั้ง 2 แห่ง  ส่วนโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ ให้ทำตามความสามารถ  ขณะนี้บางจังหวัดเริ่มทำแล้ว คาดว่าจะครบทุกแห่งภายใน 3 เดือนนี้  แต่ละแห่งจะมีแพทย์ประจำอย่างน้อย 1 คน  มีเภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข นักกายภาพหรือแพทย์แผนไทย และเจ้าหน้าที่อื่นๆ  และนำบัตรคิวทันสมัยมาใช้เหมือนคิวของธนาคาร


ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ           
วันที่: 16 ก.ย.54 
อ้างอิง: http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=83964&catid=176&Itemid=524

 
http://www.mfa.go.th/business/news_weeks2.php?id=40767

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

วงเสวนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคยุค กสทช.เสนอตั้งองค์กรอิสระพิทักษณ์สิทธิประโยชน์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

วงเสวนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคยุค กสทช.เสนอตั้งองค์กรอิสระพิทักษณ์สิทธิประโยชน์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

วงเสวนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในยุค กสทช. แนะการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุโทรทัศน์อนาคต ควรตั้งหน่วยงานหรือองค์กรอิสระพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคอย่างแท้จริง
คณะอนุกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดเสวนา กลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในยุค กสทช. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในยุค กสทช. เพื่อนำข้อสรุปปรับใช้เป็นแนวทางคุ้มครองผู้บริโภคในอนาคต โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมและทุกธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ เมื่อจัดตั้ง กสทช.แล้วเสร็จ องค์กรหรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ตามมาตรา 27 ของ พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ควรจัดตั้งขึ้นควบคู่กันไป พร้อมเสนอแนวทางคุ้มครองผู้บริโภค ว่า ควรให้ความสำคัญและมีความครอบคลุมทุกด้าน ทั้งกิจการโทรคมนาคม กิจการวิทยุโทรทัศน์ เนื่องจากปัจจุบันมีการร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมาก อีกทั้งต้องการให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค ต้องมีความเป็นอิสระและคล่องตัวในการดำเนินงาน เพื่อสามารถช่วยแก้ไขปัญหา และดำเนินการพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะอนุกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคม กล่าวเช่นกันว่า องค์กรหรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค มีความสำคัญอย่างยิ่ง และควรมีเอกภาพในการดำเนินงาน และบุคลากรควรเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการนั้นๆ ปราศจากการแทรกแซงจากภาครัฐและภาคเอกชน 
 
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อนงนาฎ สิทธิคง   Rewriter : คณิต จินดาวรรณ
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th



 วันที่ข่าว : 01 กันยายน 2554 

 

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

"โครงการนักลงทุนรุ่นใหม่" รุ่นที่ 20 วันที่ 17 - 31 ตุลาคม 2554

 "โครงการนักลงทุนรุ่นใหม่" รุ่นที่ 20

 

หลักการและเหตุผล

นิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษานับเป็นกลุ่มเยาวชนที่มีความรู้และศักยภาพ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศในอนาคตหลังสำเร็จการศึกษา  ทั้งในฐานะผู้ลงทุนที่นำเงินออมมาลงทุนในหลักทรัพย์  หรือเป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจของตนเอง  หรือประกอบวิชาชีพในฐานะพนักงานของหน่วยงานหรือสถาบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบการเงินและตลาดทุนของประเทศ    

สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ได้จัดการอบรมโครงการฯ มาแล้วจำนวน 19 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมมากกว่า 3,600 คน  โดยตระหนักดีว่าการวางรากฐานให้กลุ่มนิสิตนักศึกษาดังกล่าวได้มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และความสัมพันธ์ของตลาดทุนต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ  กลไกการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในตลาดทุน เช่น ตราสารหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์กองทุนรวม เป็นต้น รวมทั้งช่องทางต่าง ๆ ในการลงทุนในตลาดทุน   เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรมมีทัศนคติที่ดี   ต่อระบบตลาดทุนไทยและการลงทุนในหลักทรัพย์  เป็นบทบาทที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการ  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม  ทั้งนี้  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับบุคลากรกลุ่มดังกล่าวก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ลงทุน หรือผู้ประกอบการ หรือผู้ประกอบวิชาชีพ ที่มีคุณภาพและมีบทบาทสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศในอนาคต 

 

วัตถุประสงค์

 

       สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย โดยได้รับความสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดจัดอบรมโครงการ "นักลงทุนรุ่นใหม่" ขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและส่งเสริมความรู้ของเยาวชนไทยซึ่งเป็นนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 ถึงชั้นปีที่ 4  ในสถาบันอุดมศึกษา  ให้มีพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบตลาดทุนไทย  โครงสร้างและความสัมพันธ์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ  การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน  หลักการและวิธีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ถูกต้องและ  มีประสิทธิภาพ โดยเน้นให้เข้าใจถึงปัจจัยสำคัญของบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ ทั้งในแบบวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิค  และพัฒนาการใหม่ ๆ ของตลาดทุนและธุรกิจหลักทรัพย์   ตลอดจนได้เรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์  เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับก้าวสู่การเป็นผู้มีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในอนาคต

 

หัวข้อและเนื้อหาของหลักสูตรอบรมโครงการ "นักลงทุนรุ่นใหม่"

        หลักสูตรการอบรม บรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาตลาดทุน  ซึ่งการบรรยายให้ความรู้ในเชิงลึกในหัวข้อเกี่ยวกับกลไกตลาดทุน    บทบาทและการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงทุนในหลักทรัพย์  ฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์หลักทรัพย์เน้นให้เข้าใจถึงปัจจัยสำคัญของบทวิเคราะห์ที่มีคุณภาพ  ดังนี้  

1.       วิวัฒนาการของตลาดเงิน และตลาดทุนในยุคโลกาภิวัตน์                                             

·        ความสัมพันธ์ของตลาดเงินและตลาดทุนต่อระบบเศรษฐกิจและการเงิน

·        พัฒนาการของตลาดทุนโลก

·        ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดทุนในยุคโลกาภิวัตน์

   2.       การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย                      

·        โครงสร้างตลาดทุนไทยและการกำกับดูแลตลาดทุน

·        โครงสร้างและองค์ประกอบของตลาดหลักทรัพย์

·        วิสัยทัศน์และบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนการระดมทุนระยะยาวและพัฒนาตลาดทุน

3.การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์    

·        ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยคอมพิวเตอร์ (ASSET)

·        วิธีการ  ประเภทคำสั่ง และกระดานการซื้อขายหลักทรัพย์

·        การเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ และดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ 

·        การกำกับดูแลและตรวจสอบการซื้อขายหลักทรัพย์ 

    4.   ขั้นตอนสู่การเป็นนักลงทุนคุณภาพ                                                                      

·        การวางแผนทางการเงิน

·        ลักษณะการลงทุนและการวางแผนการลงทุน

·        ผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนประเภทต่าง ๆ

·         หลักการพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์                                        

   5.   การวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการลงทุน 

          .    ทฤษฎีการวิเคราะห์หลักทรัพย์

          .    การวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental

                       Analysis)                                                                                   

          ·      การวิเคราะห์หลักทรัพย์ทางเทคนิค (Technical Analysis)                                     

6.       เทคนิคกลยุทธ์การลงทุนในหลักทรัพย์

·        กลยุทธ์การลงทุนในหลักทรัพย์

·        การเดินทางของมดงานด้วยกลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ 

·        ตามรอยเซียนอภิมหาเศรษฐี

7.       การจัดการกองทุนรวม และนวัตกรรมการลงทุนในรูปแบบต่าง  ๆ

8.       ตลาดทุนในรูปแบบที่แตกต่าง อาทิ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า  ตลาดตราสารอนุพันธ์

9.       การพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อเข้าทำงานในตลาดทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

·        การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้จัดการกองทุน

·        การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าหน้าที่การตลาด

·        การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์               

10.    เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์

11.    ภาคปฏิบัติ การวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยผู้เข้ารับการอบรมแต่ละกลุ่ม

 

ระยะเวลาอบรม  ระหว่างวันที่ 17 - 31 ตุลาคม 2554

 

สถานที่อบรม หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน  อินทรวิชัย  ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม

     1. เป็นนิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่กำลังศึกษาในชั้นปีที่ 2 ถึงชั้นปีที่ 4  ไม่จำกัดสาขาวิชา 

จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และมีอายุไม่เกิน 25 ปี

2.  ได้รับการรับรองเป็นนักศึกษาจากสถาบันการศึกษา โดยอาจารย์ประจำในสาขาวิชาที่กำลังศึกษาอยู่

3.   เป็นผู้ที่มีความตั้งใจในการเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นผู้นำและสามารถทำงานเป็นทีมได้

4.    สามารถเข้ารับการอบรมได้อย่างสม่ำเสมอตลอดหลักสูตร โดยไม่ขาด

 

หลักฐานการสมัคร 

        1. ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) หรือ ใบเกรดที่แสดงผลทางอินเตอร์เน็ต

 

    2. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และระบุว่าใช้ในการสมัคร

โครงการอบรม "นักลงทุนรุ่นใหม่" รุ่นที่ 20 (ขอเป็นไฟล์ .pdf หรือ .jpg)

       โดยให้ scan เอกสารดังกล่าว ส่งมาที่ new.investors.program@gmail.com 

โดยใช้ Subject : หลักฐานการสมัคร นาย/นางสาว (ชื่อ-นามสกุล) NIP 20 (จะต้องดำเนินการจัดส่งทุกคน) 

      ตัวอย่าง : Subject: หลักฐานการสมัคร นางสาวอคัมย์สิริ สิริธนกุลชัย NIP 20

               

จำนวนผู้เข้ารับการอบรม        

           ผู้ผ่านการคัดเลือก จำนวน 300 คน เข้ารับการอบรมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด        

 

การรับรองผลการอบรม

       นิสิตนักศึกษาที่เข้ารับการอบรมอย่างสม่ำเสมอ  และมีเวลาเข้ารับการอบรมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80ของระยะเวลาการอบรมตลอดหลักสูตร  จะได้รับใบวุฒิบัตรเพื่อรับรองการอบรมจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

 

ระยะเวลาการรับสมัคร  วันที่ 25 กรกฎาคม  16 กันยายน 2554 ทาง 

                               www.thaiinvestors.com

 

ประกาศผล  : วันที่ 30 กันยายน 2554

  

ผู้รับผิดชอบโครงการอบรม

 

                น.ส. อคัมย์สิริ สิริธนกุลชัย   สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

                โทร. 0-2359-1255, 0-2359-1196 * 15 โทรสาร. 0-2654-5372

                E-mail : akumsiri@thaiinvestors.com

                Website : www.thaiinvestors.com

 

หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของเวลาและสถานที่ หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง