ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"

ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันอังคารที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2554

พลิกโฉมปากคลองตลาด ค้าขาย-ท่องเที่ยว

 
พลิกโฉมปากคลองตลาด ค้าขาย-ท่องเที่ยว




อสังหา Real Estate อสังหาฯ Real Estate
โดย กอง บก.ฐานเศรษฐกิจ   
วันศุกร์ที่ 17 มิถุนายน 2011 เวลา 10:12 น.

alt"ยอดพิมานกรุ๊ป" ควัก 500 ล้านปรับโฉมตลาดดอกไม้ชื่อดังย่านปากคลองตลาด รับสถานีสนามไชย โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงหัวลำโพง-บางแค,ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ ให้เป็นอาณาจักรดอกไม้และกล้วยไม้นานาชาติพร้อมพืชผักผลไม้ครบวงจร ล่าสุดเร่งปรับพื้นที่และประสานกรมเจ้าท่าสร้างท่าเทียบเรือใหม่ อำนวยความสะดวกให้ผู้ค้าและนักท่องเที่ยว
 นายสมศักดิ์  พจน์ปฏิญญา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตลาดยอดพิมาน จำกัด เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) มีแผนจะสร้างเส้นทางผ่านพื้นที่ตลาดดอกไม้ย่านปากคลองตลาด เชิงสะพานพระพุทธยอดฟ้า โดยจะสร้างสถานีสนามไชยอยู่ใกล้ๆ  ซึ่งขณะนี้ผู้รับเหมาทั้ง 5  สัญญาเข้าย้ายระบบสาธารณูปโภคตลอดแนวเส้นทาง เพื่อเตรียมเข้าพื้นที่ก่อสร้างรถไฟฟ้าสายดังกล่าวแล้ว  ดังนั้นบริษัทจึงเร่งปรับโฉมพื้นที่ของตลาดจำนวนกว่า 9 ไร่ให้เป็นตลาดดอกไม้ ตลาดกล้วยไม้ ตลาดพืชผัก-ผลไม้เลื่องชื่อให้สมกับที่เป็นตลาดค้าดอกไม้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เพื่อรองรับการเดินทางมาเยี่ยมเยือนของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และผู้ค้าชาวไทยที่จะนำเงินเข้ามาอุดหนุนสินค้าไทยได้ตลอด 24 ชั่วโมง และช่วยอำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง ทำให้ชาวสวนดอกไม้สามารถสร้างผลผลิตป้อนสู่ตลาดแห่งใหม่ได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งผู้ซื้อยังเข้าถึงแหล่งซื้อ-ขายสินค้าอย่างรวดเร็วขึ้น 
 ทั้งนี้บริษัทลงทุนประมาณ 500 ล้านบาทเพื่อปรับปรุงโฉมใหม่ โดยเฉพาะพื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยาวกว่า 240 เมตรจากท่าเรือราชินี-ท่าเรือสะพานพุทธ สร้างวอล์กเวย์ 2 ชั้นกว้าง 8-10 เมตรเพื่อการเดินทางเชื่อมต่อถึงกัน จัดให้มีมุมร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของที่ระลึก ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวและบริการอื่น ๆ โดยเฉพาะพื้นที่รองรับการเปิดตัวสินค้ารูปแบบต่าง ๆ ประมาณ 500 ตารางเมตร
 "รูปแบบยังคงเอกลักษณ์โคโลเนียลสไตล์ ที่เป็นตลาดที่ใกล้ชิดกับวิถีชุมชน เป็นตลาดเชิงอนุรักษ์รูปแบบใหม่ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทุบปรับพื้นที่บางส่วนที่มีสภาพเก่า ชำรุด ทยอยปรับปรุงไปทีละส่วน คาดว่าภายใน 2 ปีจะเห็นรูปแบบใหม่ชัดเจนขึ้น โดยยังจัดให้เป็นตลาดเพื่อการซื้อ-ขายสินค้าตลอด 24 ชั่วโมง มีพื้นที่จัดให้เป็นมุมแกลเลอรีออคิดที่ลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทสำหรับรองรับกล้วยไม้ยอดฮิตจากฟาร์มต่าง ๆ ให้เป็นศูนย์แสดงพันธุ์กล้วยไม้นานาชาติครบวงจรให้เป็น "ไทยแลนด์ฟลาวเวอร์มาร์เก็ต" จริง ๆ"
 นายสมศักดิ์ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้เร่งประสานกับกรมเจ้าท่า เพื่อสร้างท่าเทียบเรือของผู้ค้าและนักท่องเที่ยวโดยได้ลงทุนประมาณ 40 ล้านบาท เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้น-ลงอย่างสะดวก พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่นพื้นที่สวนหย่อมขนาดย่อมเพื่อการพักผ่อนและให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวใหม่ขึ้นในพื้นที่แห่งนี้
 "ตลาดยอดพิมานได้เข้าซื้อตลาดดังกล่าวที่เป็นกรรมสิทธิ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงสุทธสิริโสภา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความดูแลของม.ร.ว.สุนิดา กิติยากร โดยได้เริ่มเข้าไปปรับปรุงแผงค้าและจัดระเบียบการบริหารตลาดใหม่ทั้งหมด ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่ใกล้ ๆ กับบริเวณตลาดส่งเสริมการเกษตรของกลุ่มตระกูลสุวรรณนภาศรี และตลาดขององค์การตลาดของกระทรวงมหาดไทย ปัจจุบันมีแผงค้าประมาณ 1,000 แผง โดยอยู่ติดถนนจักรเพชร พื้นที่ส่วนหนึ่งบริษัทได้นำมาปรับปรุงเป็นโซนริมน้ำดูสวยงาม น่ามองยิ่งขึ้น"
 นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทตลาดยอดพิมานเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2553 ทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์ที่จะให้บริการเช่าพื้นที่ขายส่งและขายปลีก ร้านค้า ร้านอาหาร ตลอดจนประกอบกิจการให้บริการรักษาความสะอาด  ซ่อมบำรุงรักษา และประกอบกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยว การขนส่ง มีกรรมการบริษัทประกอบด้วย 

1.นายสมศักดิ์ พจน์ปฏิญญา 

2.น.ส.บุปผา จงสุจริต 

3.น.ส.กันตพัฒน์ ศุภเลิศธนพงศ์


 "ตลาดยอดพิมานก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2504 ปัจจุบันทรุดโทรม แออัด ไม่เป็นระเบียบ ทางบริษัทได้รับอนุญาตจากกรุงเทพมหานคร(กทม.)ให้พัฒนาปรับปรุง และบริหารจัดการตลาดให้สะอาด  โดยมีแผนจะพัฒนาตลาดริมน้ำให้เป็นตลาดการค้าแห่งใหม่ในรูปแบบผสมผสานเชิงท่องเที่ยวแห่งใหม่ของกทม. เพราะสภาพปัจจุบันทรุดโทรมอาจเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายได้"


 ด้านนายชัยสิทธิ์ คุรุรัตน์ รองผู้ว่าการรฟม.กล่าวว่า ขณะนี้การก่อสร้างในโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-บางแค และบางซื่อ-ท่าพระเริ่มดำเนินการแล้วโดยผู้รับเหมาทั้ง 5 สัญญา ช่วงนี้เป็นการเข้าไปรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคก่อนที่จะเข้าก่อสร้างในต้นปี 2555 
 ทั้งนี้ ช่วงหัวลำโพง-บางแคมีระยะทาง 14 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งอุโมงค์คู่รางเดี่ยว ช่วงหัวลำโพง-ท่าพระ ระยะทาง 5 กิโลเมตร มีสถานีใต้ดิน  4 สถานี และวิ่งยกระดับช่วงท่าพระ-บางแค ระยะทาง 9 กิโลเมตร มี 7 สถานี โดยเริ่มจากสถานีหัวลำโพง เป็นเส้นทางใต้ดินตามแนวถนนพระราม 4 เข้าสู่ถนนเจริญกรุง ผ่านวัดมังกรกมลาวาส ผ่านวังบูรพา เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสนามไชย ลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาที่ปากคลองตลาด ลอดใต้คลองบางกอกใหญ่ เข้าสู่ถนนอิสรภาพ แล้วเปลี่ยนเป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับรางคู่บริเวณเกาะกลางถนนเข้าสู่สี่แยกท่าพระซึ่งจะมีสถานีร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ แล้ววิ่งไปตามถนนเพชรเกษม ผ่านบางหว้า ภาษีเจริญ บางแค ไปสิ้นสุดที่วงแหวนรอบนอกถนนกาญจนาภิเษก และมีศูนย์ซ่อมบำรุงพื้นที่ประมาณ 90 ไร่อยู่ใกล้กับสถานีเพชรเกษม 48
 ส่วนช่วงบางซื่อ-ท่าพระ มีระยะทาง13 กิโลเมตร เป็นโครงสร้างทางวิ่งยกระดับทั้งหมด มี 10 สถานี เริ่มต้นจากสถานีรถไฟใต้ดินบางซื่อ ผ่านแยกเตาปูน มีสถานีร่วมกับรถไฟฟ้าสายสีม่วงช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ เข้าสู่ถนนประชาราษฎร์สาย 2 ผ่านสี่แยกบางโพ ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา เลี้ยวเข้าถนนจรัญสนิทวงศ์ บริเวณโรงเรียนเทคโนโลยีพระราม 6 ผ่านแยกบางพลัด แยกบรมราชชนนี ไปสิ้นสุดที่แยกท่าพระโดยเชื่อมต่อกับช่วงหัวลำโพง-บางแค มีวงเงินค่าก่อสร้างช่วงหัวลำโพงบางแค 58,345 ล้านบาท และช่วงบางซื่อ-ท่าพระ 24,778 ล้านบาท กำหนดเปิดให้บริการเดือนกุมภาพันธ์ปี 2559

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจฉบับที่ 2,645 19-22  มิถุนายน พ.ศ. 2554

วันที่ 22–26 มิถุนายน 2554 ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน

กทม.ชวนรำลึกกวีเอกโลก"สุนทรภู่"
จัดงานนิทรรศการ/ละครเงา/เสวนา22–26 มิ.ย. 

นายสมศักดิ์ จันทวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม "Close Up สุนทรภู่" ซึ่งจะจัดขึ้น
ระหว่างวันที่ 22–26 มิถุนายน 2554 ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน เพื่อรำลึกถึงคุณูปการในการรังสรรค์วรรณกรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นวรรณกรรมแนวใหม่ที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อความบันเทิงของปุถุชนคนทั่วไปในยุคสมยนั้น ที่ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการแต่งวรรณกรรมของไทยที่มีมาแต่เก่าก่อน และยังเป็นกวีคนแรกที่นำเสนอศิลปะของกลอนสุภาพในการดำเนินเรื่องเป็นหลัก อีกทั้งยังเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติสุนทรภู่ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชติ (UNESCO) เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2529 

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย 
นิทรรศการที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของสุนทรภู่ในมุมมองที่ต่างไปจากในอดีตผ่านสื่อผสมรูปแบบต่างๆ มีชุดการแสดงละครเงา ในวรรณกรรมสุนทรภู่ประกอบเพลง 
การแสดงสักวาปะทะแร็พ การแสดงละครหุ่นสายเสมา เรื่อง สุดสาครผจญภัย 
การฉายภาพยนตร์ในวรรณกรรมสุนทรภู่ และ
รับฟังการเสวนาหัวข้อ "กวีเก่า กลอนใหม่...ชวนเล่าเรื่อง" นำทีมเสวนาโดย อ.ยุทธ โตอดิเทพย์ อ.วัฒนะ บุญจับ คุณพุฒิยศ ผลชีวิน และคุณพจนาถ พจนาพิทักษ์ 
และการเสวนาหัวข้อ "ปริทัศน์ ปริเทศ...เล่าเหตุสุนทรภู่"นำทีมเสวนาโดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ คุณประสาทพร ภูสุศิลป์ธร (เจ้าของนามปากกาคมทวน คันธนู) 
คุณทองแถม นาถจำนง (เจ้าของนามปากกาโชติช่วง นาดอน) อ.อานันท์ นาคคง และคุณจรูญพร ปรปักษ์ประลัย 

จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมชื่นชมผลงานวรรณกรรมของสุนทรภู่ กวีเอกของโลก ได้ตามวัน เวลา สถานที่ดังกล่าว สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ กองวัฒนธรรม สำนักวัฒนธรรมฯ โทร. 02-2466144 

แหล่งที่มาข้อมูล : แนวหน้า.,บ้านเมือง 15 มิถุนายน 2554 


ขอเชิญร่วมกิจกรรมรำลึกสุนทรภู่ 22-26 มิ.ย. 54 
ณ หอศิลป์ฯ กทม.

กทม. จัดกิจกรรม "Close Up สุนทรภู่ " รำลึกผลงานวรรณกรรมทรงคุณค่า พร้อมเชิดชูเกียรติกวีเอกของโลก 22-26 มิ.ย. 54 ณ หอศิลป์ฯ กทม. 

(10 มิ.ย. 54) ณ ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) : นายสมศักดิ์ จันทวัฒนา ผู้อำนวยการสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว เป็นประธานแถลงข่าวการจัดกิจกรรม "Close Up สุนทรภู่ " ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 – 26 มิ.ย. 54 ณ หอศิลป วัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน เพื่อรำลึกถึงคุณูปการในการรังสรรค์วรรณกรรมไทยสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นวรรณกรรมแนวใหม่ที่ประพันธ์ขึ้นเพื่อความบันเทิงของปุถุชนคนทั่วไปในยุคสมัยนั้น ที่ถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการแต่งวรรณกรรมของไทยที่มีมาแต่เก่าก่อน และยังเป็นกวีคนแรกที่นำเสนอศิลปะของกลอนสุภาพในการดำเนินเรื่องเป็นหลัก อีกทั้งยังเพื่อเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติสุนทรภู่ ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมระดับโลกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชติ ( UNESCO) เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2529 

กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย นิทรรศการที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของสุนทรภู่ในมุมมองที่ต่างไปจากในอดีตผ่านสื่อผสมรูปแบบต่างๆ มีชุดการแสดงละครเงา ในวรรณกรรมสุนทรภู่ประกอบเพลง การแสดงสักวาปะทะแร็พ การแสดงละครหุ่นสายเสมา เรื่อง สุดสาครผจญภัย การฉายภาพยนตร์ในวรรณกรรมสุนทรภู่ และรับฟังการเสวนาหัวข้อ " กวีเก่า กลอนใหม่...ชวนเล่าเรื่อง " นำทีมเสวนาโดย อ.ยุทธ โตอดิเทพย์ อ.วัฒนะ บุญจับ คุณพุฒิยศ ผลชีวิน และคุณพจนาถ พจนาพิทักษ์ และการเสวนาหัวข้อ " ปริทัศน์ ปริเทศ...เล่าเหตุสุนทรภู่ " นำทีมเสวนาโดย อ.เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ คุณประสาทพร ภูสุศิลป์ธร (เจ้าของนามปากกาคมทวน คันธนู) คุณทองแถม นาถจำนง (เจ้าของนามปากกาโชติช่วง นาดอน) อ.อานันท์ นาคคง และคุณจรูญพร ปรปักษ์ประลัย จึงขอเชิญชวนผู้สนใจร่วมชื่นชมผลงานวรรณกรรมของสุนทรภู่ กวีเอกของโลก ได้ระหว่างวันที่ 22 – 26 มิ.ย. 54 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กองวัฒนธรรม สำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว กทม. โทร. 0 2246 6144 

 

วันจันทร์ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2554

บทสรุปจากเวที วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ.ห้องประชุม LT2 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)

 





 
จาก: lee lee <thai9lee@gmail.com>
วันที่: 20 มิถุนายน 2554, 14:03
หัวเรื่อง: Re:คำชี้แจง และวิสัยทัศน์จากพรรคการเมือง
ถึง: 

บทสรุปจากเวที

วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๔  ณ.ห้องประชุม LT2 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)

                สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง ประกอบด้วย ๙ เครือข่าย ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มคนในสังคมที่แนวคิดทัศนะคติ อุดมการณ์ร่วมกัน ประกอบด้วยเครือข่าย โดยสรุปทั้ง ๙ เครือข่ายมีข้อเสนอนโยบายต่อพรรคการเมืองเพื่อนำเสนอต่อการแก้ไขปัญหาดังนี้

                ผลจากการนำเสนอต่อพรรคการเมืองซึ่งได้รับสนองต่อพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรคการเมืองดังต่อไปนี้

นโยบายตอบรับข้อเสนอของตัวแทนพรรคการเมือง

พรรครักสันติ/อุดมการณ์ ได้นำเสนอนโยบายนโยบาย

Ø พรรคสนับสนุนให้ทุกฝ่ายมีความรักความสามัคคีกัน

Ø เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตพรรครักสันติก็ตระหนักเรื่องนี้อยู่เสมอยินดีเข้าไปตรวจสอบ

Ø ในส่วนของการศึกษาต้องมีการปรับปรุงกันใหม่โดยเฉพาะการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

Ø พรรคให้ความสำคัญในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเป็นคู่กรณีอยู่

Ø พรรคได้ตระหนักว่าการเป็นนักการเมืองที่ดีต้องมีความเสียสละ และจะต้องเป็นผู้ให้และจะต้องเป็นผู้รับ คือรับทราบปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างทั่วถึง

นโยบายของพรรค

-                   เป็นธรรมทั่วไทย   ต้านภัยธรรมชาติ  มาตรฐานภาษีที่เป็นธรรม

พรรคการเมืองใหม่

Ø ผลักดันนโยบายในด้านของพลังงาน  เอาบริษัท ปตท.กลับคืนมาแล้วลดราคาน้ำมัน

Ø แก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ  ให้มีตัวแทนทุกกลุ่มอาชีพในสภา

พรรคประชาธิปัตย์

Ø พรรคขอรับ ทั้งหมดทุกข้อเสนอ และจะนำเข้าในที่ประชุมทุกข้อส่วนจะได้หรือไม่ได้อย่างไรจะชี้แจงให้ทราบต่อไป

Ø ส่วนในเรื่องของการเรียนฟรีนั้น  พรรคจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของค่ากิจกรรม หรือว่าค่าอาหารและค่าบำรุงต่างๆ

Ø เพิ่มกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา และจะยังคงไว้ซึ่งเบี้ยยังชีพของคนชรา และจะให้ความสำคัญถึงเบี้ยคนพิการตามที่ได้เสนอมาด้วย จะจัดให้มีโครงการบำนาญประชาชน และในด้านของการจัดเก็บภาษีจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Ø สำหรับเรื่องแรงงานนอกระบบที่ได้นำเสนอเข้านั้นตอนนี้สามารถเข้าประกันได้แล้ว  ส่วนค่าแรงขั้นต่ำจะให้มีการปรับขึ้น 25% กทม. ขึ้นเป็น 269 บาท ส่วนในเรื่องรถไฟฟ้าฝั่งธนก็อยู่ในส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

Ø และจะมีการเพิ่มรถไฟรางคู่ ส่วนในเรื่องการเมืองพรรคมีนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างแน่นอน และพร้อมจะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย

 

พรรคเพื่อไทย

พรรคมีนโยบายดังนี้

Ø ส่งเสริมให้มีกองทุนเถ้าแก่น้อย ในระดับมหาวิทยาลัย

Ø จัดให้มีการปฏิรูปโครงสร้างพรรคการเมืองใหม่แต่ อาจจะค่อยๆเป็นค่อยไป

Ø กระจายอำนาจ เช่นยกเรื่องนครปัตตานี แก้ปัญหา สามจังหวัดภาคใต้

Ø เปิดโรงเรียนกวดวิชาฟรีทั่วประเทศ

Ø จัดให้มีสื่อสำหรับเยาวชน

Ø เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ให้มีพนักงานสอบสวนหญิงเข้ามามีบทบาทหรือเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

Ø เห็นด้วยกับการเยียวยาสตรี  ให้มีการจัดตั้งกองทุนสตรี

Ø ส่งเสริมกองทุนช่วยเหลือคนพิการโดยจะจัดให้มีการลดหย่อนค่าโดยสารแก่ผู้พิการ และจัดให้ผู้พิการประเภทหูหนวกสามารถเข้าแข่งขันกีฬาได้เหมือนผู้พิการอื่นๆ

Ø ในส่วนของค่าแรงขั้นต่ำจะปรับ เป็น 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ และจะจัดให้มีบัตรเครดิตเกษตรกร

พรรคเพื่อประชาชนไทย

Ø นโยบายของพรรคคือ จะส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาคในความเจริญคือกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคโดยจะจัดตั้งเมืองหลวงอีก 4 เมืองโดยกระจายอำนาจออกไปทั้ง 5ภูมิภาค และจะจัดให้มีความเท่าเทียมกันในด้านการจ่ายภาษี

Ø ตั้งศูนย์พัฒนาเยาวชน เพื่อพัฒนาทักษะพิเศษเฉพาะวิชาชีพ

พรรคเพื่อนเกษตรไทย

พรรครับทราบทุกข้อเสนอ

Ø นโยบายของพรรคจะจัดให้มีการปฏิรูปทางการเมือง โดยการพัฒนากฎหมายพรรคการเมืองโดยผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องมีผู้รับรอง

Ø และมีนโยบายปลดหนี้ให้เกษตรกร

Ø ในด้านของการศึกษา จะจัดให้มีการเรียนฟรีจริงๆและสามารถเบิกค่าเล่าเรียนได้ที่กองทุนหมู่บ้าน

Ø และในด้านของการกระจายอำนาจจะผลักดันให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด  และนายอำเภอ

ข้อเสนอเพิ่มเติมของเครือข่ายภาคพลเมือง

Ø ไม่ต้องการให้นำงบประมาณไปสนับสนุนกองทัพ และไม่สนับสนุนการก่อรัฐประหาร

Ø เสนอให้เน้นย้ำในเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชัน

Ø ให้คำนึงถึงความจำเป็นขั้นพื้นฐานของชุมชน

Ø ให้ตรวจสอบค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า และเรื่องการขอไฟฟ้าที่จะต้องมีค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า

Ø ให้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ

Ø ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนมากขึ้นโดยเฉพาะให้เพิ่มพื้นที่สำหรับเด็ก เพิ่มการเรียนรู้ทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และในด้านของวัฒนธรรม

Ø แก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่แพงขึ้น

Ø ให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อนในเรื่องของระบบขนส่งมวลชน และอยากให้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา

Ø ให้จัดให้มีการรณรงค์ให้พลังเงียบออกมาเลือกตั้ง  และสนับสนุนให้มีการหาเสียงเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ไม่ใส่ร้ายป้ายสีกัน  สร้างความสามัคคี ของคนในชาติ

สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมืองได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่าจะตามตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง  สิ่งที่แต่ละพรรคการเมืองได้ประกาศและถ้อยแถลงต่อพี่น้องสภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง ข้อเสนอดังกล่าวที่แต่ละพรรคการเมืองได้ให้สัตยาบันกับทั้ง ๙ เครือข่ายจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเพื่อประกอบในการตัดสินใจ ในการเลือกผู้แทน เลือกพรรคการเมืองที่มองเห็นความสำคัญของกรณีปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและเป็นธรรม



2011/6/20 lee lee <thai9lee@gmail.com>



เรียนทุกท่าน
จากการประชุม เครือข่ายเมือ19 มิย 54
,
มีข้อเสนอสู่พรรคการเมืองทุกพรรค
ตามแนบ
ส่วนพรรคที่มาร่วมเสนอวิสัยทัศน์มีเพือ่ไทย ปชป  รักษ์สันติ การเมืองใหม่ พรรคเพื่อประชาชนไทย
พรรคพลังเกษตรกร

กำลังสรุปแนวทางของแต่ละพรรคจะส่งมาให้ ในไม่ช้าคะ 

รุปภาพสามารถเข้าไปได้ที่ เฟสบุค สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง  คะ  สนับสนุนภาพถ่ายโดยคุณชาฯ และคุณสวรรยาคะ
ขอบคุณคะ

เรียกร้องประเด็นปฏิรูปการเมืองใหม่ และ กำจัดทุจริต   ให้ปัญญาดีกว่าให้เงินตรา  ฯลฯ

กมลพรรณ





สัมมนาฟรี!! “การเลือกใช้ผ้าในงานออกแบบตกแต่งภายใน และ แฟชั่น” (13 ก.ค. 54)






จาก: annop <annop@thaitextile.org>
วันที่: 20 มิถุนายน 2554, 15:10
หัวเรื่อง: Fw: สัมมนาฟรี!! "การเลือกใช้ผ้าในงานออกแบบตกแต่งภายใน และ แฟชั่น" (13 ก.ค. 54)
ถึง: annop@thaitextile.org
สำเนา: "Thanlak \\(ธัญลักษณ์\\) THTI" <thanlak@thaitextile.org>


[ยกเลิกรับข่าวสารได้ที่ www.thaitextile.org/temp/apply.asp]

สัมมนา..ฟรี!!
FABRIC CLINIC
"การเลือกใช้ผ้าในงานออกแบบตกแต่งภายใน และ แฟชั่น"
วันพุธที่ 13 กรกฎาคม 2554 เวลา 13.00 – 16.00 น.
ห้องออดิทอเรียมศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ ชั้น 6 ดิเอ็มโพเรียม
----------------------------------
 
ร่วมรับฟังประสบการณ์จริงจากดีไซเนอร์ชื่อดังทั้ง 2 ท่าน ในการเลือกใช้ผ้าสำหรับงานออกแบบตกแต่งภายใน และแฟชั่น รวมถึงให้คำแนะนำผู้ประกอบการ และนักออกแบบ ในการปรับปรุงผืนผ้าให้เป็นที่ต้องการของตลาด โดย....
 
คุณเล้ง -  อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์  Creative Director เจ้าของแบรนด์ เสื้อผ้า Zenithorial ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่น เรียบหรู เหมาะสำหรับ หนุ่มผู้มีสไตล์
 
คุณอรดา สิงหเดชาชัย  Creative Director เจ้าของแบรนด์ ThisDesign ปริญญาโท เกียรตินิยม สาขา Interior and Spatial Design ของภาควิชา Design for the Environment ที่ Chelsea College of Art and Design, University of The Arts London
 
** โปรดนำผ้าอย่างน้อย ขนาด A4 พร้อมระบุวัสดุที่ใช้ผลิต สีย้อม และ
กรรมวิธีตกแต่งผืนผ้า (Finishing) หรือ ผ้าตัวอย่างที่นักออกแบบได้ออกแบบไว้มาด้วย **
 
download ใบสมัครได้ที่: www.thaitextile.org/temp/app0713.pdf
 
สอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ
โทร. 02-713-5492-9 ต่อ 221, 735
FAX 02-712-1593 




--
http://www.thaismeplus.com/news-en/business-news/1168.html
http://projects.silodesign.nl/vcm/
http://masterpieces.asemus.museum/default.aspx
http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1036185&page=32
http://twitter.com/RAFIKALGER
http://profile.imageshack.us/user/RafikH...
http://www.mixpod.com/playlist/47308482
http://fr-fr.facebook.com/people/Rafik-H...
http://www.tlcb.or.th/index.php?option=com_content&view=frontpage&Itemid=494
http://www.moeradiothai.net/home.php?webid=1
http://www.depthai.go.th/Default.aspx?tabid=114&qCategoryID=61&qKeyword=0
http://www.youtube.com/watch?v=W7giBy862zo&feature=related
http://www.youtube.com/watch?v=6bLZPatq53k&feature=fvw
http://www.youtube.com/watch?v=zN-LR9_IYpA
http://www.kmutt.ac.th/rippc/info.htm
http://www.fccthai.com/TheBulletin.html#517



บทสรุปจากเวที วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๔ ณ.ห้องประชุม LT2 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)





 
จาก: lee lee <thai9lee@gmail.com>
วันที่: 20 มิถุนายน 2554, 14:03
หัวเรื่อง: Re:คำชี้แจง และวิสัยทัศน์จากพรรคการเมือง
ถึง: 

บทสรุปจากเวที

วันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๕๔  ณ.ห้องประชุม LT2 คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์(ท่าพระจันทร์)

                สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง ประกอบด้วย ๙ เครือข่าย ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มคนในสังคมที่แนวคิดทัศนะคติ อุดมการณ์ร่วมกัน ประกอบด้วยเครือข่าย โดยสรุปทั้ง ๙ เครือข่ายมีข้อเสนอนโยบายต่อพรรคการเมืองเพื่อนำเสนอต่อการแก้ไขปัญหาดังนี้

                ผลจากการนำเสนอต่อพรรคการเมืองซึ่งได้รับสนองต่อพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรคการเมืองดังต่อไปนี้

นโยบายตอบรับข้อเสนอของตัวแทนพรรคการเมือง

พรรครักสันติ/อุดมการณ์ ได้นำเสนอนโยบายนโยบาย

Ø พรรคสนับสนุนให้ทุกฝ่ายมีความรักความสามัคคีกัน

Ø เรื่องความซื่อสัตย์สุจริตพรรครักสันติก็ตระหนักเรื่องนี้อยู่เสมอยินดีเข้าไปตรวจสอบ

Ø ในส่วนของการศึกษาต้องมีการปรับปรุงกันใหม่โดยเฉพาะการสอบเข้ามหาวิทยาลัย

Ø พรรคให้ความสำคัญในด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างมากโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านที่กำลังเป็นคู่กรณีอยู่

Ø พรรคได้ตระหนักว่าการเป็นนักการเมืองที่ดีต้องมีความเสียสละ และจะต้องเป็นผู้ให้และจะต้องเป็นผู้รับ คือรับทราบปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนอย่างทั่วถึง

นโยบายของพรรค

-                   เป็นธรรมทั่วไทย   ต้านภัยธรรมชาติ  มาตรฐานภาษีที่เป็นธรรม

พรรคการเมืองใหม่

Ø ผลักดันนโยบายในด้านของพลังงาน  เอาบริษัท ปตท.กลับคืนมาแล้วลดราคาน้ำมัน

Ø แก้ไขปัญหาระหว่างประเทศ  ให้มีตัวแทนทุกกลุ่มอาชีพในสภา

พรรคประชาธิปัตย์

Ø พรรคขอรับ ทั้งหมดทุกข้อเสนอ และจะนำเข้าในที่ประชุมทุกข้อส่วนจะได้หรือไม่ได้อย่างไรจะชี้แจงให้ทราบต่อไป

Ø ส่วนในเรื่องของการเรียนฟรีนั้น  พรรคจะจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนของค่ากิจกรรม หรือว่าค่าอาหารและค่าบำรุงต่างๆ

Ø เพิ่มกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา และจะยังคงไว้ซึ่งเบี้ยยังชีพของคนชรา และจะให้ความสำคัญถึงเบี้ยคนพิการตามที่ได้เสนอมาด้วย จะจัดให้มีโครงการบำนาญประชาชน และในด้านของการจัดเก็บภาษีจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

Ø สำหรับเรื่องแรงงานนอกระบบที่ได้นำเสนอเข้านั้นตอนนี้สามารถเข้าประกันได้แล้ว  ส่วนค่าแรงขั้นต่ำจะให้มีการปรับขึ้น 25% กทม. ขึ้นเป็น 269 บาท ส่วนในเรื่องรถไฟฟ้าฝั่งธนก็อยู่ในส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน

Ø และจะมีการเพิ่มรถไฟรางคู่ ส่วนในเรื่องการเมืองพรรคมีนโยบายต่อต้านการทุจริตอย่างแน่นอน และพร้อมจะรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย

 

พรรคเพื่อไทย

พรรคมีนโยบายดังนี้

Ø ส่งเสริมให้มีกองทุนเถ้าแก่น้อย ในระดับมหาวิทยาลัย

Ø จัดให้มีการปฏิรูปโครงสร้างพรรคการเมืองใหม่แต่ อาจจะค่อยๆเป็นค่อยไป

Ø กระจายอำนาจ เช่นยกเรื่องนครปัตตานี แก้ปัญหา สามจังหวัดภาคใต้

Ø เปิดโรงเรียนกวดวิชาฟรีทั่วประเทศ

Ø จัดให้มีสื่อสำหรับเยาวชน

Ø เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ให้มีพนักงานสอบสวนหญิงเข้ามามีบทบาทหรือเข้ามามีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

Ø เห็นด้วยกับการเยียวยาสตรี  ให้มีการจัดตั้งกองทุนสตรี

Ø ส่งเสริมกองทุนช่วยเหลือคนพิการโดยจะจัดให้มีการลดหย่อนค่าโดยสารแก่ผู้พิการ และจัดให้ผู้พิการประเภทหูหนวกสามารถเข้าแข่งขันกีฬาได้เหมือนผู้พิการอื่นๆ

Ø ในส่วนของค่าแรงขั้นต่ำจะปรับ เป็น 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศ และจะจัดให้มีบัตรเครดิตเกษตรกร

พรรคเพื่อประชาชนไทย

Ø นโยบายของพรรคคือ จะส่งเสริมให้เกิดความเสมอภาคในความเจริญคือกระจายความเจริญสู่ภูมิภาคโดยจะจัดตั้งเมืองหลวงอีก 4 เมืองโดยกระจายอำนาจออกไปทั้ง 5ภูมิภาค และจะจัดให้มีความเท่าเทียมกันในด้านการจ่ายภาษี

Ø ตั้งศูนย์พัฒนาเยาวชน เพื่อพัฒนาทักษะพิเศษเฉพาะวิชาชีพ

พรรคเพื่อนเกษตรไทย

พรรครับทราบทุกข้อเสนอ

Ø นโยบายของพรรคจะจัดให้มีการปฏิรูปทางการเมือง โดยการพัฒนากฎหมายพรรคการเมืองโดยผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องมีผู้รับรอง

Ø และมีนโยบายปลดหนี้ให้เกษตรกร

Ø ในด้านของการศึกษา จะจัดให้มีการเรียนฟรีจริงๆและสามารถเบิกค่าเล่าเรียนได้ที่กองทุนหมู่บ้าน

Ø และในด้านของการกระจายอำนาจจะผลักดันให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด  และนายอำเภอ

ข้อเสนอเพิ่มเติมของเครือข่ายภาคพลเมือง

Ø ไม่ต้องการให้นำงบประมาณไปสนับสนุนกองทัพ และไม่สนับสนุนการก่อรัฐประหาร

Ø เสนอให้เน้นย้ำในเรื่องการแก้ปัญหาทุจริตคอรัปชัน

Ø ให้คำนึงถึงความจำเป็นขั้นพื้นฐานของชุมชน

Ø ให้ตรวจสอบค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า และเรื่องการขอไฟฟ้าที่จะต้องมีค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า

Ø ให้จัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ

Ø ให้ความสำคัญกับเด็กและเยาวชนมากขึ้นโดยเฉพาะให้เพิ่มพื้นที่สำหรับเด็ก เพิ่มการเรียนรู้ทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และในด้านของวัฒนธรรม

Ø แก้ไขปัญหาราคาสินค้าที่แพงขึ้น

Ø ให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าก่อนในเรื่องของระบบขนส่งมวลชน และอยากให้มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา

Ø ให้จัดให้มีการรณรงค์ให้พลังเงียบออกมาเลือกตั้ง  และสนับสนุนให้มีการหาเสียงเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ไม่ใส่ร้ายป้ายสีกัน  สร้างความสามัคคี ของคนในชาติ

สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมืองได้ประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันว่าจะตามตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง  สิ่งที่แต่ละพรรคการเมืองได้ประกาศและถ้อยแถลงต่อพี่น้องสภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง ข้อเสนอดังกล่าวที่แต่ละพรรคการเมืองได้ให้สัตยาบันกับทั้ง ๙ เครือข่ายจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเพื่อประกอบในการตัดสินใจ ในการเลือกผู้แทน เลือกพรรคการเมืองที่มองเห็นความสำคัญของกรณีปัญหาดังกล่าว เพื่อให้เกิดความเสมอภาคและเป็นธรรม



2011/6/20 lee lee <thai9lee@gmail.com>



เรียนทุกท่าน
จากการประชุม เครือข่ายเมือ19 มิย 54
,
มีข้อเสนอสู่พรรคการเมืองทุกพรรค
ตามแนบ
ส่วนพรรคที่มาร่วมเสนอวิสัยทัศน์มีเพือ่ไทย ปชป  รักษ์สันติ การเมืองใหม่ พรรคเพื่อประชาชนไทย
พรรคพลังเกษตรกร

กำลังสรุปแนวทางของแต่ละพรรคจะส่งมาให้ ในไม่ช้าคะ 

รุปภาพสามารถเข้าไปได้ที่ เฟสบุค สภาเครือข่ายการเมืองภาคพลเมือง  คะ  สนับสนุนภาพถ่ายโดยคุณชาฯ และคุณสวรรยาคะ
ขอบคุณคะ

เรียกร้องประเด็นปฏิรูปการเมืองใหม่ และ กำจัดทุจริต   ให้ปัญญาดีกว่าให้เงินตรา  ฯลฯ

กมลพรรณ





--
http://www.thaismeplus.com/news-en/business-news/1168.html
http://projects.silodesign.nl/vcm/
http://masterpieces.asemus.museum/default.aspx
http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=1036185&page=32
http://twitter.com/RAFIKALGER
http://profile.imageshack.us/user/RafikH...
http://www.mixpod.com/playlist/47308482
http://fr-fr.facebook.com/people/Rafik-H...
http://www.tlcb.or.th/index.php?option=com_content&view=frontpage&Itemid=494
http://www.moeradiothai.net/home.php?webid=1
http://www.depthai.go.th/Default.aspx?tabid=114&qCategoryID=61&qKeyword=0
http://www.youtube.com/watch?v=W7giBy862zo&feature=related
http://www.youtube.com/watch?v=6bLZPatq53k&feature=fvw
http://www.youtube.com/watch?v=zN-LR9_IYpA
http://www.kmutt.ac.th/rippc/info.htm
http://www.fccthai.com/TheBulletin.html#517



วันเสาร์ที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เสวนา: “ประเทศไทยกับนักโทษการเมือง”

เสวนา: "ประเทศไทยกับนักโทษการเมือง"

ไทยแลนด์ มิเรอร์ จัดเสวนาว่าด้วยเรื่องนักโทษการเมืองในไทย "ประวิตร" ชี้ คนไทยยังขาดความเข้าใจเรื่อง "นักโทษทางความคิด" ต้องร่วมกันหลุดพ้นจากความกลัว "สุดา" วอน อย่าปล่อยให้นักโทษคดีหมิ่นฯ ถูกทอดทิ้งเพียงลำพัง

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2554 เวลา 18.00 น. ณ สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) ถ.เพลินจิต กลุ่มไทยแลนด์ มิเรอร์ ได้จัดงานเสวนาในหัวข้อ "ประเทศไทยกับนักโทษการเมือง" โดยมีวิทยากรประกอบด้วย ประวิตร โรจนพฤกษ์ ผู้สื่อข่าวอาวุโสหนังสือพิมพ์เดอะเนชั่น, สมบัติ บุญงามอนงค์ จากกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง, พิมพ์สิริ เพชรน้ำรอบ ตัวแทนกลุ่มรณรงค์เพื่อการตื่นรู้มาตรา 112 และสุดา รังกุพันธ์ นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"เราต้องทำให้มือที่มองไม่เห็น เป็นมือที่มองเห็น"
ประวิตร มองว่า ความเข้าใจของสาธารณชนต่อการใช้กฎหมายหมิ่นและนักโทษการเมือง ยังมีอยู่ค่อนข้างน้อยมาก เนื่องจากเกิดภาวะ "ความกลัว" ขึ้นในสังคม และการขาดข้อมูลที่รอบด้าน เช่น ยังไม่มีการเปิดเผยจำนวนผู้ที่ถูกคุมขังด้วยมาตรา 112 ที่โปร่งใส ทำให้คนไทยจำนวนมากยังไม่เข้าใจว่านักโทษการเมือง และนักโทษทางความคิดเป็นอย่างไร

"ถ้าถามคนไทยทั่วไป เขาคงไม่เข้าใจว่านักโทษการเมืองคืออะไร และไม่เชื่อว่ามีเรื่องนี้อยู่ด้วย เพราะยุคคอมมิวนิสต์จบลงไปแล้ว เขาคิดว่าคนที่อยู่ในคุกคงถูกจับด้วยเรื่องอาชญากรรมทั่วไป ตนจึงมองว่า จำเป็นต้องมีการอภิปรายถกเถียงในเรื่องดังกล่าว เพื่อให้เกิดความตระหนักรู้ และความเข้าใจในหมู่คนทั่วไปถึงเรื่อง "นักโทษการเมือง" และ "นักโทษมโนธรรมสำนึก"

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวเดอะเนชั่น ชี้ว่า สังคมไทยเริ่มมีการวิพากษ์วิจารณ์การใช้มาตรา 112 เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยนอกจากภาคประชาสังคม เช่น กลุ่มรณรงค์ตื่นรู้มาตรา 112 และกลุ่มนักเขียน 330 คน ที่ล่าสุดออกแถลงการณ์ให้มีการปฏิรูปการใช้กฎหมายหมิ่นฯ ล่าสุด ฝ่ายรัฐเองก็ยังออกมาพูดถึงการใช้มาตรา 112 ดังจะเห็นจากการที่ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ช่อง 5 และช่อง 7 เมื่อสองวันที่แล้ว (14 มิ.ย. 54) ซึ่งบางส่วนพูดถึงเรื่องคดีหมิ่นฯ และปัญหาของการใช้มาตรา 112 ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นสัญญาณว่า สาธารณะเริ่มยอมรับและมองเห็นแล้วว่ากฎหมายตัวนี้มีปัญหาอย่างไร

"ในกรณีของ อ.สุลักษณ์ ศิวรักษ์ ซึ่งถูกตั้งข้อหากระทำผิดมาตรา 112 และล่าสุดถูกยกฟ้องโดยคณะกรรมการตรวจสอบการใช้กฎหมาย 112 ที่แต่งตั้งโดยนายกอภิสิทธิ์ มีข้อสังเกตที่น่าสนใจว่า เอกสารชี้แจงที่เขียนโดยสมชาย หอมลออ ทนายด้านสิทธิมนุษยชน ระบุว่า สุลักษณ์ไม่สมควรถูกตั้งข้อหาเพราะเป็น "รอยัลลิสต์" จึงน่าตั้งคำถามว่าสำหรับคนที่ไม่เป็น "รอยัลลิสต์" จะต้องทำอย่างไร และมีสิทธิทำอะไรได้บ้าง" ประวิตร ตั้งคำถาม

"ประชาชนต้องถามตัวเองว่า สถานการณ์แบบนี้จะช่วยให้นำพาให้สังคมนำไปสู่ประชาธิปไตยได้อย่างไร และต้องตั้งคำถามว่า กฎหมายที่ใช้ในการจับกุมคุมขังประชาชนนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อความสามารถของคนในการคิดการแสดงออกความคิดเห็นอย่างมีเหตุผล"

การใช้อำนาจพิเศษ เป็นการ "เจาะยางทางการเมือง"
สมบัติ หรือ "บ.ก. ลายจุด" เล่าถึงประสบการณ์ที่ตนเองเป็นผู้ต้องหาทางการเมืองจาก พรก.ฉุกเฉิน จากเหตุการณ์การชุมนุมเมื่อเดือนพฤษภาคม 2553 จนปัจจุบันก็ยังต้องไปรายงานตัวที่ศาลอยู่ และถึงแม้ว่ามีคนหลายคนแนะนำว่าให้ยอมรับสารภาพผิด เพื่อลดโทษให้เหลือแค่รอลงอาญา แต่ก็เขาเลือกที่จะไม่รับสารภาพ เนื่องจากเชื่อว่า สิ่งที่ทำไป เป็นการต่อสู้กับการใช้อำนาจของรัฐที่ไม่ยุติธรรม และมองว่าการใช้กฎหมายพิเศษดังกล่าว เป็นการ "เจาะยางทางการเมือง"

"เมื่อใดที่บ้านเมืองไม่ได้สู้กันด้วยหลักกฎหมายที่เป็นธรรม และอยู่ในสถานการณ์ที่มีการออกฎหมายพิเศษ และใช้ลูกปืนยิงปลิวให้ว่อน ก็เปรียบได้กับการ "เจาะยางทางการเมือง" คือ เป็นการที่รัฐรบกวน ทำให้เราไม่สามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองได้อย่างอิสระ" สมบัติอธิบาย

นอกจากนี้ เขาเล่าถึงประสบการณ์ครั้งแรกที่ถูกกล่าวหาว่าไม่จงรักภักดี เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เพียงเพราะแสดงความเห็นในเว็บบอร์ดทางอินเตอร์เน็ตว่าคัดค้านโครงการแก่งเสือเต้น ซึ่งเป็นโครงการในพระราชดำริ และเสริมว่า เมื่อเร็วๆ นี้ เขาถูกรายการโทรทัศน์แห่งหนึ่งจัดให้เป็นพวก "ล้มเจ้า" ซึ่งตนมองว่า วิธีการดังกล่าว เป็นวิธีหนึ่งของกลไกของสังคมในการจัดการกับผู้ที่เห็นต่างทางการเมืองตลอดมา ไม่ต่างอะไรจากเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 และชี้ว่า การมีนักโทษการเมือง เป็นตัวชีวัดว่ารัฐไม่ยอมรับความคิดที่แตกต่างไปจากตนได้

"การเป็นนักโทษการเมือง ไม่ได้หมายความเพียงว่าต้องถูกจับขังคุกเท่านั้น แต่ยังมีการสำเร็จโทษทางการเมืองจากประชาชนด้วยกันเอง โดยการกล่าวหาบุคคลว่า "ล้มเจ้า"...และสิ่งที่น่าเศร้าคือ ประชาชนยังเห็นความเห็นต่างของประชาชนด้วยกัน เป็นอาชญากรรมและเป็นความเลวทราม"

"ตื่นรู้" เพื่อการเปลี่ยนแปลง 
ถัดมา พิมพ์สิริ ตัวแทนจากกลุ่ม Article 112 เล่าถึงการทำงานของกลุ่มว่า มีจุดประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้กับคนที่คิดเห็นต่างในสังคม มีโอกาสมาถกเถียง และแสดงความคิดเห็นในเรื่องมาตรา 112 พร้อมเน้นการรณรงค์ในระดับนโยบายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยในที่ผ่านมา ได้เรียกร้องให้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เข้าไปตรวจสอบการกรณีการจับกุมสมยศ พฤกษาเกษมสุข และการตั้งข้อหาสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล ซึ่ง กสม. ก็ได้ลงไปตรวจสอบแล้ว อย่างไรก็ตาม เธอมองว่า กสม. ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้มากนัก เพราะผู้ต้องหาคนอื่นๆ ที่ไม่ได้มีชื่อเสียง ยังคงต้องอยู่ในเรือนจำและไม่ได้รับความช่วยเหลือ

ที่ผ่านมา กลุ่ม Article 112 ได้เสนอข้อเรียกร้องทั้งต่อรัฐบาลไทยและประชาคมนานาชาติ เช่น ให้ปล่อยตัวนักโทษคดีหมิ่นฯ ทันที, ลดบทลงโทษลงให้เหมาะสม, ยกเลิกการใช้มาตรา 112 โดยสิ้นเชิง, ให้มีการแก้ไขพ.ร.บ คอมพิวเตอร์ และให้ Special Rapporteur (ผู้ตรวจการพิเศษ) จากสหประชาชาติทางด้านเสรีภาพในการแสดงออกเข้ามาตรวจเยี่ยมประเทศไทย เป็นต้น

นอกจากนี้ จากการที่เธอได้มีโอกาสสอบถามเรื่องท่าทีของพรรคการเมือง ต่อกฎหมายอาญามาตรา 112 พบว่า ไม่มีพรรคการเมืองใด ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ หรือเพื่อไทย ที่มีท่าทีสนับสนุนให้มีการปฏิรูปกฎหมายดังกล่าวที่ชัดเจน

"เราต้องช่วยกันกดดันให้พรรคการเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาตรวจสอบเรื่องนี้ เพื่อปฏิรูปกฎหมายให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลเรื่องเสรีภาพในการแสดงออก" พิมพ์สิริกล่าว

"ความกลัว" อยู่ทุกที่ในกระบวนการยุติธรรม
ทางด้านสุดา นักวิชาการด้านภาษาศาสตร์ ได้เล่าถึงประสบการณ์ส่วนตัวที่ได้เคยไปเยี่ยมนักโทษการเมืองในเรือนจำมาหลายราย เธอมองว่า ทุกขั้นตอนในกระบวนการการยุติธรรม ต่างเต็มไปด้วย "ความกลัว" ตั้งแต่การตั้งข้อหา การสั่งฟ้อง การถูกบังคับให้รับสารภาพของผู้ต้องหา ไปจนถึงการเข้าเยี่ยมนักโทษในเรือนจำ ทำให้นักโทษที่ถูกตัดสินด้วยมาตรา 112 ถูกทอดทิ้งให้โดดเดี่ยว ไม่มีใครกล้าเข้าไปเยี่ยม แม้แต่ญาติพี่น้องของตนเอง เพราะเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นนักโทษคดีหมิ่นฯ ก็ไม่มีใครอยากจะยุ่งเกี่ยว

"จากที่ได้ไปเยี่ยมนักโทษคดีหมิ่นฯ มีหลายครั้งที่ตนได้รับการขอร้องจากนักโทษที่ไปเยี่ยมว่า ให้ช่วยไปเยี่ยมนักโทษคนนั้นคนนี้ด้วย เพราะไม่มีคนกล้าไปเยี่ยม เนื่องจากกลัวว่าต้องให้รายละเอียดต่างๆ แก่ทางเรือนจำ เช่น สำเนาบัตรประชาชน ทำให้แม้แต่ครอบครัวของตัวเองก็ยังไม่กล้ามาเยี่ยม นักโทษเหล่านี้ถูกทิ้งให้เหงาและโดดเดี่ยวมาก ไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ" สุดาเล่าประสบการณ์

เธอเพิ่มเติมว่า ในกรณีของดารณี ชาญเชิงศิลปกุล การไปเยี่ยมแต่ล่ะครั้งเป็นเรื่องที่ยากมาก เนื่องจากเวลาไปเยี่ยมแต่ล่ะครั้ง จะต้องกรอกรายละเอียดผู้ไปเยี่ยมในใบเอกสาร และพัสดีจะนำไปถามนักโทษว่าเดาชื่อคนที่มาเยี่ยมถูกหรือไม่ ถ้านักโทษเดาผิด จะหมดสิทธิในการออกมาเยี่ยม จึงทำให้เธอได้รับการเยี่ยมอยู่เพียงแค่ทนายความ หรือคนที่เธอรู้จักไม่กี่คนเท่านั้น

นอกจากนี้ นักโทษคดีหมิ่นฯ ยังเสี่ยงต่อการถูกทำร้ายจากนักโทษด้วยกันมากกว่านักโทษคดีอื่นๆ เนื่องจากภายในเรือนจำ นักโทษคดีหมิ่นฯ จะถูกมองว่าเป็นตัวขัดขวางมิให้นักโทษคนอื่นๆ ได้รับพระราชทานอภัยโทษ

สุดากล่าวส่งท้ายว่า "อยากให้คนทั่วไป รวมถึงนักข่าวต่างประเทศ ร่วมกันไปเยี่ยมและส่งกำลังใจให้นักโทษการเมืองเหล่านี้ ตนเชื่อว่าจะเป็นการช่วยสังคมไทยในภาพกว้าง และทำให้ประชาคมนานาชาติสามารถเข้าใจสถานการณ์เกี่ยวกับนักโทษการเมืองในประเทศไทยมากขึ้น"

http://www.prachatai.com/journal/2011/06/35507