ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"

ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันจันทร์ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2554

[New post] เครือข่ายธุรกิจTemasek ในไทย


จาก: "วิรัตน์ แสงทองคำ" <no-reply@wordpress.com>
วันที่: 21 มีนาคม 2554, 15:41
หัวเรื่อง: [New post] เครือข่ายธุรกิจTemasek ในไทย
ถึง: ablog1951@gmail.com


เครือข่ายธุรกิจTemasek ในไทย

viratts | 04/03/2011 at 15:37 | ป้ายกำกับ: temasek | Categories: -brand, -company, 4 About Management, CURRENT | URL: http://wp.me/pCqVZ-oi

 เรื่องราวธุรกิจสิงคโปร์ดูเหมือนจะลดระดับความสนใจลงไปจากสื่อไปพอสมควร แต่วงในว่ากันว่า ความเข้มข้นในความเคลื่อนไหวยังดำเนินต่อไป โดยเฉพาะธุรกิจสื่อสาร ถือว่าเป็นการลงทุนใหญ่ที่สุดและมีเดิมพันมากที่สุดของTemasek Holdingsในประเทศไทย ในช่วง เกือบสองทศวรรษที่ผ่านมา อ่านรายละเอียดใน    Infographic &Idea     Read more

Read more of this post

Add a comment to this post


WordPress

WordPress.com | Thanks for flying with WordPress!
Manage Subscriptions | Unsubscribe | Publish text, photos, music, and videos by email using our Post by Email feature.

Trouble clicking? Copy and paste this URL into your browser: http://subscribe.wordpress.com




[New post] ซีพี ทรู

 จาก: "วิรัตน์ แสงทองคำ" <no-reply@wordpress.com>
วันที่: 21 มีนาคม 2554, 15:56
หัวเรื่อง: [New post] ซีพี ทรู
ถึง:

ซีพี ทรู

และแล้วเรื่องราวของทรู ได้รับความสนใจมากขึ้น ผู้คนคงได้รู้จักธุรกิจสำคัญของเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) อีกกลุ่มมากขึ้น เป็นการข้ามพรมแดนจากข่าวสารในตลาดหุ้นที่คึกคักเมื่อไม่นานมานี้ สู่การเมืองในวงกว้างอย่างครึกโครม  แต่นั่นอาจจะผิวเผินกว่าบทสนทนาล่าสุดของผู้บริหารทรู ก็เป็นได้
Read more of this post

WordPress WordPress.com | Thanks for flying with WordPress!
Manage Subscriptions | Unsubscribe | Reach out to your own subscribers with WordPress.com.
Trouble clicking? Copy and paste this URL into your browser: http://subscribe.wordpress.com

วันเสาร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2554

วันเสาร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๔ เริ่มเวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ๑ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

 การอภิปรายในโอกาส ๑๐๐ ปีชาตกาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช "ก.สุรางคนางค์" "ดวงดาว" เรื่อง "ถกเขมร เขมรินทร์ อินทิรา และเชลยศักดิ์" ในวันเสาร์ที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๔ เริ่มเวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องประชุม ๑ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พบกับ นักเขียน นักวิชาการและนักวิจารณ์วรรณกรรม รศ.ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ ผศ.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ ชมัยภร แสงกระจ่าง และอ.ฐนธัช กองทอง เชื่อได้ว่า มีประโยชน์แก่นักอ่าน นักเขียน ทุกท่าน และสนุกสนานแน่นอน
          ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย
 
กำหนดการ
 
๐๙.๐๐           ลงทะเบียน
                              น้ำชา กาแฟ
๐๙.๓๐           เจน สงสมพันธุ์ นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงาน
๐๙.๔๕           ชมวีดีทัศน์ ในโอกาส ๑๐๐ ปีชาตกาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช "ก.สุรางคนางค์" "ดวงดาว"
๑๐.๐๐           การอภิปราย "ถกเขมร เขมรินทร์ อินทิรา และ เชลยศักดิ์" 
                              โดย รศ.ดร.คุณหญิงวินิตา ดิถียนต์ ผศ.สุวรรณา เกรียงไกรเพ็ชร์ ชมัยภร แสงกระจ่าง
                              ดำเนินรายการโดย อ.ฐนธัช กองทอง
๑๒.๐๐           กล่าวปิดงาน โดยนายกสมาคมนักเขียนฯ

                    พิธีกร เพชรยุพา บูรณ์สิริจรุงรัฐ
 
          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ
          ฉัตรชัย คุ้มอนุวงส์

          โทร ๐๒-๙๑๐-๙๕๖๕ สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย (ฉัตรชัย คุ้มอนุวงศ์ เจ้าหน้าที่สมาคมนักเขียน)




วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2554

ส่งเอกสาร 5 ฉบับ โดยคุณฐานราก


จาก: lee lee <thai9lee@gmail.com>
วันที่: 8 มีนาคม 2554, 14:14
หัวเรื่อง:  ส่งเอกสาร 5 ฉบับ โดยคุณฐานราก
ถึง: 


----------
เรียน ท่านผู้รับสาร ฯ
1. ขอส่งเอกสารเพื่อร่วมศึกษา
2.โปรดกรุณาศึกษา และใช้วิจารณญาณ
3.สิ่งใดเห็นควรเผยแผ่กรุณาดำเนินการต่อไป
                     ขอแสดงความนับถือ
                      พลตรีณพล  คชแก้ว


e-magazine ฉบับที่ 48



จาก: เดชา กิตติวิทยานันท์ <decha007@cscoms.com>
วันที่: 8 มีนาคม 2554, 10:26
หัวเรื่อง: e-magazine ฉบับที่ 48
ถึง:  

สวัสดีพี่น้องทนายคลายทุกข์ ทาง E-Magazine ทุกท่าน

ทนายคลายทุกข์ขอส่ง บทความที่มีประโยชน์เกี่ยวกับเรื่อง หลักความสุจริตในการทำธุรกิจ

ปัจจุบันเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรร คอนโดมิเนียม ตลอดจนนักธุรกิจทั่วไปที่ขายสินค้าหรือให้บริการ มีปัญหาเกี่ยวกับการสุจริตในการทำธุรกิจ ทนายคลายทุกข์ขอยกตัวอย่างการกระทำการที่ไม่สุจริต ดังนี้
1. เป็นเจ้าของโครงการหมู่บ้านจัดสรร รับเงินจองจากลูกค้า โดยให้ลูกค้าจ่ายเงินจองเป็นรายงวด รับเงินจนครบทุกงวด แล้วยังไม่เริ่มทำการก่อสร้าง นอกจากนี้ยังมีการทำสัญญาในลักษณะเอาเปรียบไม่มีกำหนดเวลาเริ่มทำการลงมือก่อสร้าง และไม่มีการกำหนดเวลาว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อใด หลังจากรับเงินจองแล้วเอาเงินไปหมุนทำธุรกิจอย่างอื่น และให้หน้าม้าหรือลูกจ้างคอยรับโทรศัพท์หลอกลวงต้มตุ๋นประชาชนไปวัน ๆ ขอเลื่อนการก่อสร้าง มีให้เห็นอยู่ทุกวัน เป็นการทำธุรกิจที่ไม่สุจริต ซึ่งปัจจุบันศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภค ได้มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องของความสุจริตในการทำธุรกิจไว้ โดยวางบรรทัดฐานเกี่ยวกับการรับจองบ้านพร้อมที่ดิน และเงื่อนไขเงื่อนเวลาในการก่อสร้างที่จะต้องระบุไว้ในสัญญา จะซื้อจะขาย โดยคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 277/2553 ได้วินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องหลักของการสุจริตว่า
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างระหว่าง ด. ผู้บริโภคกับจำเลย เป็นปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการบ้านจัดสรรของจำเลย ซึ่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคโจทก์เคยประชุมและมีมติไว้แล้วว่า การกระทำของจำเลยที่ไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างให้แก่ผู้บริโภคจำนวน 9 รายในโครงการดังกล่าวของจำเลย เป็นการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคเหล่านั้น เมื่อ ด. ยื่นเรื่องราวต่อโจทก์อันเป็นปัญหาพิพาทในโครงการเดียวกันของจำเลย เป็นเรื่องในลักษณะเดียวกับที่โจทก์เคยมีมติไว้แล้ว โจทก์จึงไม่จำเป็นต้องนำเรื่องราวของ ด. เข้าประชุมอีก เนื่องจากโจทก์ได้มีมติไว้แล้วว่า ในการดำเนินคดีแก่จำเลยนั้นให้รวมถึงผู้บริโภครายอื่นที่มาร้องเรียนเพิ่มเติมในลักษณะเดียวกันในภายหลังด้วย การฟ้องร้องของโจทก์ในคดีนี้จึงชอบด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 10(1) (7) และมาตรา 39
สัญญาจะซื้อจะขายมิได้กำหนดเวลาเริ่มลงมือก่อสร้างและกำหนดเวลาการก่อสร้างแล้วเสร็จไว้ แต่ก็เป็นที่เห็นได้ว่าจำเลยต้องรีบลงมือก่อสร้างและก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันสมควร อันเป็นไปตามหลักสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 368 มิใช่ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจว่าจะเริ่มก่อสร้างเมื่อใดก็ได้ แต่จำเลยมีหน้าที่ต้องรีบลงมือก่อสร้างโดยพลันตามมาตรา 203 เมื่อ ด. ผู้บริโภคได้ชำระเงินแก่จำเลยเป็นจำนวนถึง 130,000 บาท แต่จำเลยมิได้เริ่มลงมือก่อสร้างบ้าน ด. จึงมีสิทธิที่จะไม่ชำระเงินค่างวดแก่จำเลยได้เนื่องจากเป็นสัญญาต่างตอบแทนตามมาตรา 369 ดังนั้น การที่ ด. ไม่ชำระเงินค่างวดแก่จำเลยตั้งแต่งวดที่ 6 เป็นต้นไป ด. จึงไม่ได้เป็นฝ่ายผิดสัญญา
การดำเนินคดีในศาลของเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 มาตรา 39 วรรคสอง จึงต้องคืนค่าขึ้นศาลชั้นต้น ค่าส่งหมายเรียกสำเนาคำฟ้อง และค่าส่งคำบังคับ ซึ่งเป็นค่าฤชาธรรมเนียมที่ชำระมาให้แก่โจทก์

ตัวบทกฎหมายอ้างอิง
พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522
มาตรา 10 คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาเรื่องราวร้องทุกข์จากผู้บริโภคที่ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายอันเนื่องมาจากการกระทำของผู้ประกอบธุรกิจ
(7) ดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคที่คณะกรรมการเห็นสมควรหรือมีผู้ร้องขอตามมาตรา 39
มาตรา 39 ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรเข้าดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค หรือเมื่อได้รับคำร้องขอจากผู้บริโภคที่ถูกละเมิดสิทธิ ซึ่งคณะกรรมการเห็นว่าการดำเนินคดีนั้นจะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภคเป็นส่วนรวม คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานอัยการโดยความเห็นชอบของอธิบดีกรมอัยการ หรือข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคเพื่อให้มีหน้าที่ดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญาแก่ผู้กระทำการละเมิดสิทธิของผู้บริโภคในศาล และเมื่อคณะกรรมการได้แจ้งไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อแจ้งให้ศาลทราบแล้ว ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคมีอำนาจดำเนินคดีตามที่คณะกรรมการมอบหมายได้
ในการดำเนินคดีในศาล ให้เจ้าหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคมีอำนาจฟ้องเรียกทรัพย์สิน หรือค่าเสียหายให้แก่ผู้บริโภคที่ร้องขอได้ด้วย และในการนี้ให้ได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา 203 ถ้าเวลาอันจะพึงชำระหนี้นั้นมิได้กำหนดลงไว้ หรือจะอนุมานจากพฤติการณ์ทั้งปวงก็ไม่ได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้ย่อมจะเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน และฝ่ายลูกหนี้ก็ย่อมจะชำระหนี้ของตนได้โดยพลันดุจกัน
ถ้าได้กำหนดเวลาไว้ แต่หากกรณีเป็นที่สงสัย ท่านให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเจ้าหนี้จะเรียกให้ชำระหนี้ก่อนถึงเวลานั้นหาได้ไม่ แต่ฝ่ายลูกหนี้จะชำระหนี้ก่อนกำหนดนั้นก็ได้
มาตรา 368 สัญญานั้นท่านให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย

ท่านใดต้องการปรึกษากฎหมาย โทร.02-9485700, หรือ www.decha.com หรือ http://www.facebook.com/dechalaw

ด้วยความปรารถนาดี
จาก ทีมงานทนายคลายทุกข์

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ถ้าหากท่านไม่ต้องการที่จะรับ e-Magazine จาก www.decha.com อีกต่อไป สามารถยกเลิกได้ที่ link นี้ครับ
http://www.decha.com/main/confirm.php?id=14841&hash=ed8a4e08eec834d048e787ecd62cf0&todo=cancel
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2554

วันจันทร์ที่ 21 – 22 มีนาคม 2554 เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องอบรมสถาบันพระปกเกล้า (ห้องศักดิเดชน์ภูวไนย)

3 มี.ค. 54 สำนักส่งเสริมวิชาการรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า จัดโครงการสัมมนาวิชาการ "เลือกตั้งอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย" หวังเสริมสร้างสมรรถนะการทำงานของสมาชิกรัฐสภาและบุคลากรรัฐสภาด้านกฎหมาย 21-22 มีนาคม 2554

สำนักส่งเสริมวิชาการรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า จัดโครงการสัมมนาวิชาการจัดโครงการสัมมนาวิชาการ "เลือกตั้งอย่างไรไม่ผิดกฎหมาย" ในวันจันทร์ที่ 21 – 22 มีนาคม 2554 เวลา 09.00-16.30 น. ณ ห้องอบรมสถาบันพระปกเกล้า (ห้องศักดิเดชน์ภูวไนย) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงการดำเนินการต่าง ๆ ของพรรคการเมือง และเพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักคิดและกรอบแนวทางการพิจารณาตรวจสอบการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ตลอดจนเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้งในการควบคุมและดำเนินการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ สำนักส่งเสริมวิชาการรัฐสภา สถาบันพระปกเกล้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-21419551-2 









อัญชิสา จ่าภา ผู้สื่อข่าว
มันทนา ศรีเพ็ญประภา เรียบเรียง





วันเสาร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2554

ย้อนวันวาน ขุนโจรเมืองสุพรรณ

วันที่ 05 มีนาคม พ.ศ. 2554 ปีที่ 20 ฉบับที่ 7401 ข่าวสดรายวัน


ย้อนวันวาน ขุนโจรเมืองสุพรรณ


เสถียร ท้วมจันทร์




สุพรรณบุรี เป็นจังหวัดที่ยังเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำที่อุดมสมบูรณ์ ประชาชนส่วนใหญ่ยังประกอบอาชีพเกษตรกรรม มีสินค้าที่ขึ้นชื่อเช่นข้าว และแห้ว พร้อมสำเนียง "เหน่อ" แบบสุพรรณบุรี ที่เป็นเอกลักษณ์จนถึงทุกวันนี้ "เหน่อสุพรรณบุรี" ไม่เหน่อเหมือนจังหวัดอื่น ใครมาสุพรรณบุรีจะยังคงเห็นวัฒนธรรมสำเนียงการพูด ความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม

ส่วนขุนโจร เช่น เสือใบ เสือฝ้าย เสือดำ และ เสือมเหศวร เป็นตำนานเล่าขานต่อกันมายาวนาน และเป็นละครไปแล้วหลายเรื่อง

"เสือใบ" มีชื่อจริงว่า ใบ สะอาดดี เป็นชาวจังหวัดสุพรรณบุรี โดยกำเนิด เป็นจอมโจรชื่อดังในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง ร่วมสมัยกับ "เสือดำ" "เสือมเหศวร"และ "เสือฝ้าย" ตามประวัติเล่ากันสืบต่อมาว่า เสือใบจะออกปล้นในแถบภาคกลาง สุพรรณบุรี โดยเวลาออกปล้นจะแต่งชุดสีดำ สวมหมวกดำ และปล้นด้วยความสุภาพ จนได้รับฉายาว่า "สุภาพบุรุษเสือใบ" ซึ่งเสือใบและเสือต่างๆ นับเป็นผู้สร้างชื่อเสียงให้ชาวสุพรรณบุรี จนเป็นที่รู้จักต่อมาจนถึงปัจจุบัน

และเพื่อเป็นการย้อนอดีต รำลึกถึงวันวาน จึงมีการจัดงาน "มหัศจรรย์สีสันแห่งสุวรรณภูมิ ย้อนวันวานเมืองสุพรรณ และการแสดงแสงสีเสียง ตอน ขุนโจรเมืองสุพรรณ" ขึ้นมา ตั้งแต่เดือนก.พ.ไปจนถึงเดือนมี.ค.

สุภัทร์ ศรีสุนทรพินิจ รองผู้ว่าฯสุพรรณบุรี เล่าว่า การจัดงานครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ จังหวัดสุพรรณบุรี ร่วมกับอบจ.สุพรรณบุรี ททท.สุพรรณบุรี หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างเดือนก.พ.-มี.ค.2554 รวม 30 ครั้ง ที่วัดวรจันทร์และวัดพร้าว ต.โพธิ์พระยา อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี เพื่อแสดงบรรยากาศจำลอง ย้อนยุควันชื่นคืนเก่าที่แสนประทับใจ ของเมืองสุพรรณบุรี และแสงสีเสียงย้อนอดีตของ "เสือใบ" ขุนโจรชื่อดังแห่งลุ่มแม่น้ำท่าจีน

1.ตลาดศรีประจันต์

2.ร้านค้าในตลาด

3,5.,6.วิถีชาวบ้าน

4.,7.,8.บรรยากาศชุมชนในตลาด

9.การแสดง



ในงานมีร้านค้าในสไตล์ย้อนยุค ร้านกาแฟ ร้านตัดเสื้อ ร้านถ่ายรูป ร้านขายทอง ร้านจักรยานโบราณ ร้านขายของเล่นโบราณ การแสดงละครลิง จำลองไปรษณีย์โพธิ์พระยาในอดีต นิทรรศการบ้านเจ้าคุณ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตโต) นิทรรศการเสือร้ายเมืองสุพรรณ

นอกจากนี้ยังมีและการแสดงแสงสีเสียง "ขุนโจรเมืองสุพรรณ" ที่เล่าขานตำนานเสือใบ ในรูปแบบสื่อผสม 5 องก์คือ องก์ที่ 1 มนต์รักลุ่มน้ำสุพรรณบุรี องก์ที่ 2 ดวงชะตาโจร องก์ที่ 3 เส้นทางเสือ องก์ที่ 4 คนบาปใจบุญ และองก์ที่ 5 เสือคืนถ้ำ

โดยจัดให้ชมฟรี ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ระหว่างวันที่ 12 ก.พ.-27 มี.ค. คืนละ 2 รอบ เวลา 19.00 น. และ 21.00 น.ที่เวทีกลางน้ำ วัดวรจันทร์-วัดพร้าว

ด้านวิศรุต อินแหยม ผอ.ททท.สุพรรณบุรี เล่าว่า งานดังกล่าวใช้งบประมาณกว่า 5 ล้านบาท เพื่อให้น่าตื่นตาตื่นใจ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวสุพรรณบุรี ให้เป็นที่รู้จัก สำหรับงานย้อนวันวานเมืองสุพรรณ ยังมีเรื่องราวของ 7 ตลาดดังในอดีต มาจำลองไว้ให้ดูแบบใกล้ชิดด้วย เพราะหลายคนไม่เคยรู้จักและไม่เคยไป

เช่น "ตลาดบ้านสุด" ริมคลองบางยี่หน อ.บางปลาม้า ซึ่งเป็นคลองขุดเชื่อมแม่น้ำท่าจีนกับแม่น้ำเจ้าพระยา ตลาดเป็นรูปสี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 ชั้น แบ่งออกเป็น 3 ส่วน เรียกว่าตลาดบน ตลาดน้ำและตลาดนายห้าง

"ตลาดเก้าห้อง" อ.บางปลาม้า ชุมชนเก่าแก่ที่มีเสน่ห์และมีตำนานเล่าขานริมแม่น้ำท่าจีนมานานนับ 100 ปี เป็นแหล่งชุมชน ศูนย์กลางการค้าขาย การสัญจรทางน้ำ โดยชาวจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นแหล่งอาหารอร่อยมากมาย เช่น ผัดไท ราดหน้า ขนมฮวงเหล่าเทง (ขนมตาตะแกรง) ขนมไข่ปลา ขนมดอกจอก และเป็นแหล่งผลิตขนมเปี๊ยะที่ใหญ่ที่สุดในสุพรรณบุรี

"ตลาดเก่าเมืองสุพรรณฯ" (ตลาดทรัพย์สิน) หรือ "ตลาดท่าเรือเมล์" ตัวตลาดตั้งอยู่บนบก มีท่าเรืออยู่ริมแม่น้ำ ลูกค้าส่วนใหญ่เดินทางสัญจรมาทางเรือ จึงกลายเป็นศูนย์กลางทางการค้าและการคมนาคม ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในลุ่มน้ำนี้

และก่อนหน้านี้ตลาดเมืองสุพรรณฯ มีเพียงห้องไม้เก่า 2 คูหา สุดปลายถ.นางพิม ต่อมาย้ายไปสร้างใหม่ใกล้วัดจำปา เรียกว่า "ตลาดวัดจำปา" เป็นตลาดห้องแถวไม้ชั้นเดียว

"ตลาดโพธิ์พระยา" อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ริมแม่น้ำท่าจีน ตั้งเมื่อพ.ศ.2468 เดิมเป็นอาคารไม้ชั้นเดียว ชาวไทยเชื้อสายจีนใช้เป็นจุดสัญจรค้าขายกับตัวเมือง จึงเป็นจุดรวมของผู้คน ต่อมาเกิดไฟไหม้ครั้งใหญ่เสียหายอย่างหนัก 2 ครั้ง ปัจจุบันก่อสร้างเป็นอาคารพาณิชย์ และยังเป็นแหล่งชุมชนลิเกด้วย

"ตลาดศรีประจันต์" (บ้านเจ้าคุณฯ) อ.ศรีประจันต์ อายุกว่า 100 ปี เป็นอาคารไม้ตกแต่งด้วยไม้ฉลุลาย ตลาดเก่าด้านฝั่งตะวันตกติดแม่น้ำสุพรรณ ตรงข้ามเป็นวัดบ้านกร่าง ของพระยอดขุนพลหรือพระขุนแผนวัดบ้านกร่าง และเป็นตลาดค้าส่งในอดีต

"ตลาดสามชุก" ห้องแถวไม้ริมแม่น้ำสุพรรณ เป็นย่านการค้าสำคัญแห่งหนึ่ง ชาวบ้านนำข้าวของมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน กับพ่อค้าชาวเรือที่ล่องเรือมาขายสินค้า จนการคมนาคมทางบกเจริญขึ้น ตลาดสามชุกซบเซาลง ทำให้การคมนาคมทางน้ำหมดความสำคัญลง

"ตลาดท่าช้าง" มีประวัติยาวนานกว่า 100 ปี เช่นเดียวกันชุมชนตลาดเก่าหลายๆแห่ง เป็นตลาดใหญ่เหนือสุดริมแม่น้ำท่าจีน เป็นแหล่งศูนย์รวมการค้าที่เจริญรุ่งเรืองมาก กระทั่งวันที่ 20 ธ.ค.2501 ไฟไหม้จนวอดเกือบหมด บ้านเรือนกว่า 600 หลัง ถูกไฟทำลายความสวยงามจนหมด

ใน งานย้อนวันวานเมืองสุพรรณ จึงนำทั้ง 7 ตลาด มารวมกันที่วัดวรจันทร์และวัดพร้าว เพื่อให้รำลึกถึงบรรยากาศย้อนยุคแบบรวบรัด และสนุกสนาน


หน้า 28

http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROMGIzVXdOVEExTURNMU5BPT0=&sectionid=TURNeE9RPT0=&day=TWpBeE1TMHdNeTB3TlE9PQ==