หน่วยงาน/องค์กร คณะบุคคล และ บุคคล ที่ประสงค์จะบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมของมูลนิธินิคม จันทรวิทุร โปรดโอนเงินเข้าบัญชีออมทรัพย์ ชื่อ “กองทุนศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร” ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนศรีอยุธยา เลขที่บัญชี 013 – 1 – 76613 – 9 และแจ้งการบริจาคเงินให้มูลนิธิทราบที่อยู่อีเมล์ : csuttawet@gmail.com หรือ jara_409@hotmail.com หรือ csi_edu@yahoo.com หรือ โทรสาร : 02 – 6434465
วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2555
สวัสดีปีใหม่กับสื่อ โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
สวัสดีปีใหม่กับสื่อ
วันที่ 02 มกราคม พ.ศ. 2555 เวลา 21:00:00 น.
| | โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ (ที่มา หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 2 มกราคม 2554) ในวาระขึ้นปีใหม่ สิ่งหนึ่งที่น่าทำคือย้อนดูตัวเอง
ประการแรก การเมือง, การปกครอง และเศรษฐกิจไทย กระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง ข่าวคราวของท้องถิ่นจึงไม่มีความหมายแก่คนส่วนใหญ่ เช่นเดียวกับข่าวส่วนกลางก็ไม่มีความหมายแก่คนอีกมากที่มองไม่เห็นว่าจะกระทบต่อชีวิตของตนอย่างไร ยิ่งการเสนอข่าวเป็นลักษณะเสนอปรากฏการณ์เพียงอย่างเดียว ก็ยิ่งยากที่คนทั่วไปจะเข้าใจนัยยะประวัติของข่าวนั้นต่อชีวิตของตน
ดังนั้นแทนที่สื่ออินเตอร์เน็ตซึ่งในหลายสังคมกำลังกลายเป็นสื่อกระแสหลักไปแล้ว จะสามารถพยุงให้มาตรฐานของสื่ออื่นดีขึ้น จึงมีผลน้อยมากในสังคมไทย
ฉะนั้นโดยผ่านงบโฆษณา รัฐก็สามารถคุมแนวทางของสื่อได้ระดับหนึ่ง โดยไม่ต้องไปทุบแท่นพิมพ์, หรือสั่งปิดโรงพิมพ์
ทีวีทุกช่อง (รวมทั้งที่เรียกว่าทีวีสาธารณะด้วย) เสนอรายการแบบนี้ โดยไม่เตือนผู้ชมให้รู้ว่านี่เป็นการโฆษณา หรือนำเสนอมุมมองของฝ่ายตรงข้าม นโยบายสาธารณะที่ใหญ่ขนาดนี้ ถูกอำนาจของงบโฆษณาทำให้กลายเป็นทางเลือกที่สังคมไม่ต้องพิจารณาใคร่ครวญเลย
ขอยกตัวอย่างเรื่องน้ำท่วมครั้งนี้ ฝ่ายที่สามารถเรียกร้องค่าชดเชยได้เป็นกอบเป็นกำมหึมา โดยไม่ต้องขึ้นศาลหรือประท้วงปิดถนนที่ไหนสักแห่ง คือธุรกิจอุตสาหกรรม ซึ่งมีทั้งสภา, มหาวิทยาลัย, นักวิชาการ, และฝ่ายโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ ออกมาจับจองพื้นที่สื่อ เพื่อชี้ให้เห็นว่าความเสียหายของเขาคือความเสียหายของชาติ ฉะนั้นต้องชดเชยเขาในรูปยกเว้นภาษี, ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ, สร้างโครงสร้างพื้นฐานป้องกันเขา (ไม่ได้ยินใครเรียกร้องให้สร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ป้องกันหรือบรรเทาน้ำท่วมอย่างทั่วหน้า มีแต่จะเอาของกูให้รอดคนเดียวเสมอ) ฯลฯ จนดูเหมือนสื่อจะลืมแม่ค้าริมถนนไปแล้ว นอกจากเอามาเสนอในฉากข่าวเชิงละครให้สะเทือนใจกันเป็นกระสาย
ชีวิตสาธารณะของคนไทยจึงมีแต่เรื่องหมากัดกัน http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1325492814&grpid=no&catid=02&subcatid=0207 |
BOI : E-Newsletter - Special BOI Fair 2011 Issue
จาก: Thailand Board of Investment <newsletter@boi.go.th>
วันที่: 4 มกราคม 2555, 3:07
หัวเรื่อง: BOI : E-Newsletter - Special BOI Fair 2011 Issue
ถึง:
If you have difficulty accessing the content of this message, please visit
http://old.boi.go.th:8080/issue/201201_22_99/index.htm
| Publication of the Thailand Board of Investment | ||
|
|
|
|
|
|
|
|
| Previous Issues >> |
| ||||||
วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2555
Fwd: Happy New Year 2012
วันที่: 2 มกราคม 2555, 8:53
หัวเรื่อง: Happy New Year 2012
ถึง:
|
| Microsoft เคารพในสิทธิส่วนบุคคลของคุณ โปรดตรวจสอบ คำชี้แจ้งสิทธิ์ส่วนบุคคล ออนไลน์ของเรา. หากคุณไม่ต้องการได้รับข้อความอีเมลโปรโมชั่นจาก Microsoft Corporation โปรดคลิก ที่นี่. การตั้งค่าเหล่านี้จะไม่ส่งผลต่อจดหมายข่าวที่คุณได้ร้องขอ หรือการสื่อสารเกี่ยวกับบริการที่จำเป็นที่ถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการของ Microsoft แต่อย่างใด ในการตั้งค่าการกำหนดลักษณะที่ติดต่อของคุณสำหรับการสื่อสารอื่นๆ ของ Microsoft ให้คลิก ที่นี่. Microsoft Thailand Limited 37th-38th FL, CRC Tower, All Seasons Place Lumpini, Pathumwan, Bangkok 10330 Thailand |
วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2555
ต้อ 4 จำพวก
ต้อ 4 จำพวก
ข้อมูลสื่อ
File Name : 184-003
นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม : 184
เดือน-ปี : 08/2537
คอลัมน์ : พูดจาภาษาหมอ
นักเขียนหมอชาวบ้าน : ภาษิต ประชาเวช
Mon, 01/08/2537 - 00:00 — somsak
ต้อ 4 จำพวก
"คุณหมอครับ โรคต้อมีทั้งหมดกี่ชนิดด้วยกันครับ"
คุณลุงเอ่ยขึ้น "ที่สงสัยก็เพราะว่าเมื่อเดือนก่อนลุงมีอาการตามัว
ไปให้หมอตรวจ หมอบอกว่าเป็นโรคต้อกระจก
แต่คุณป้าข้างบ้านผมเมื่อสัปดาห์ก่อนไปหาหมอด้วยอาการตามัวแบบผม
หมอบอกว่าเป็นโรคต้อหิน โรคต้อทั้ง 2
ชนิดนี้เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไรครับ"
"แหม คุณลุงเล่นถามทีเดียวหลายข้อแบบนี้ ก็ขอตอบคำถามง่ายๆข้อหลังก่อนว่า
ต้อกระจกกับต้อหินเป็นโรคคนละชนิดกันเลยครับ" คุณหมออธิบาย
ต้อกระจก หมายถึง
โรคตามัวอันเกิดจากแก้วตาหรือเลนส์ตาขุ่น แก้วตาอยู่ภายในลูกตา
ตรงกับบริเวณตาดำ มีหน้าที่ช่วยการหักเหของแสง
ทำให้มองเห็นภาพต่างๆแบบเดียวกับเลนส์กล้องถ่ายรูป
ในคนปกติแก้วตานี้จะใสเหมือนกระจกใส
แต่เมื่อแก่ตัวเข้ามันจะขุ่นเพราะเสื่อมตามสังขาร
ในที่สุดจะขุ่นขาวเหมือนกระจกฝ้า ทำให้ตามัวตาบอดได้
"หมายความว่า คนเราเมื่อแก่ตัวเข้าจะเป็นต้อกระจกกันทุกคนไปใช่มั้ยครับ"
คุณลุงถามแทรก
"ก็เป็นกันแทบทุกคนแหละครับ คือเป็นความเสื่อมของร่างกายตามธรรมชาติ
แบบเดียวกับอาการหูตึงข้อเสื่อมนั่นแหละ
ต่างกันเพียงว่าเป็นมากหรือน้อยเท่านั้นถ้าเป็นมาก จนตามองไม่เห็น
แก้ไขโดยการผ่าตัดใส่แก้วตาเทียม
สายตาก็กลับดีเหมือนคนหนุ่มสาวได้อย่างน่าอัศจรรย์"
"อย่างงั้นที่ลุงเป็นนี่ก็ไม่ใช่โรคร้ายแรงอะไรล่ะสิครับ"
คุณลุงรู้สึกโล่งใจ "แล้วต้อหินล่ะเป็นอย่างไรครับ"
"ต้อหิน ก็เป็นโรคตามัวอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากความดันภายในลูกตาสูง
เป็นผลให้ประสาทตาเสีย" คุณหมออธิบายต่อ
"คุณหมอครับ ภายในลูกตามีความดันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ"
"ทุกๆวันภายในลูกตาจะมีการสร้างของเหลวขึ้นหล่อเลี้ยงลูกตาให้ทรงตัวและทำหน้าที่อยู่ได้
ซึ่งจะมีช่องทางระบายถ่ายเทออกภายนอกลูกตาได้ แต่บางคนอาจเกิดความผิดปกติ
เมื่อถึงวัยกลางคนหรือแก่ตัวเข้าช่องทางระบายดังกล่าวเกิดการอุดตัน
ทำให้ของเหลวที่สร้างขึ้นนั้นระบายไม่ออก ก็คั่งอยู่ภายในลูกตา
ทำให้เกิดแรงดันสูงขึ้นแบบเดียวกับการอัดน้ำเข้าลูกโป่ง
แรงดันนี้ก็จะไปทำลายประสาทที่อยู่ภายในลูกตา ทำให้ตาบอดอย่างถาวรได้
ที่เรียกว่าต้อหินก็สันนิษฐานว่าเป็นเพราะลูกตามีความดันสูงขึ้น
มีลักษณะแข็งขึ้นกว่าปกติ"
"ฟังดูแล้วต้อหินนี่เป็นโรคตาชนิดร้ายถึงกับทำให้ตาบอดได้
ทางการแพทย์มีทางช่วยแก้ไขอะไรได้หรือไม่" คุณลุงถามต่อ
"หมอต้องย้ำก่อนว่า ต้อหินจะเกิดกับคนเพียงบางคนเท่านั้น
เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ ถ้าใครสงสัยว่ามีพันธุ์ของโรคนี้อยู่
ก็ต้องคอยหมั่นตรวจเช็กตาเป็นประจำ
ถ้าเป็นระยะเริ่มแรกก็สามารถรักษาให้หายได้ครับ"
"ลุงพอเข้าใจถึงข้อแตกต่างระหว่างต้อกระจกกับต้อหินแล้ว
ทีนี้คุณหมอลองอธิบายว่าโรคต้อมีกี่ชนิด"
"คำว่าต้อนี่ เป็นศัพท์ของแพทย์แผนโบราณเขาหมายถึงโรคที่เกิดที่ลูกตา
ทำให้ตาพิการมองอะไรไม่ชัดเจน หรืออาจทำให้ตาบอดได้" คุณหมอสาธยาย
"ดังนั้นโรคต้อจึงมีอยู่หลายชนิด
ในคัมภีร์แพทย์แผนโบราณมีชื่อเรียกต้ออยู่นับหลายสิบชื่อ
ซึ่งบางอย่างก็เทียบเคียงกับแผนปัจจุบันได้ บางอย่างก็เทียบเคียงไม่ได้"
"ส่วนที่เทียบเคียงกับแผนปัจจุบันได้มีอะไรบ้างครับ"
"เท่าที่หมอทบทวนดูก็มีอยู่ 4จำพวก ได้แก่
1. ต้อกระจก ตรงกับคำว่า cataract
2. ต้อหิน ตรงกับคำว่า glaucoma
3. ต้อเนื้อ, ต้อลิ้นหมา ตรงกับคำว่า pterygium
4. ต้อลำไย ตรงกับคำว่า leukoma หรือ corneal ulcer"
"ลุงเองพอทราบว่า ต้อเนื้อหรือต้อลิ้นหมา นี่เกิดจากถูกลม ถูกแดด ถูกแสง
หรือความร้อนทำให้เยื่อบุตาขาวเสื่อมและหนาตัว เป็นแผ่นเยื่อสีเหลืองๆ
ตรงบริเวณหัวตา เมื่อลอกออกก็หายได้ ไม่ใช่โรคร้ายแรง
ที่ทราบนี่ก็เพราะเคยเป็นมาก่อน ส่วนต้อลำไยนี้ฟังดูน่าอร่อย
ไม่ทราบว่าเป็นอย่างไรครับ"
"ต้อลำไย หมายถึง โรคกระจกตาขุ่น
กระจกตาก็คือส่วนใสๆ ที่อยู่ด้านหน้าสุดของลูกตา ตรงกับตาดำ
โรคนี้เกิดจากการมีแผลอักเสบของกระจกตา แล้วกลายเป็นแผลเป็น
ลักษณะขุ่นขาวเหมือนเนื้อลำไย ทำให้มองเห็นไม่ค่อยชัด ถ้าขุ่นขาวมากๆ
จนตาแทบบอด ก็เรียกว่า ตาถั่วนั่นแหละครับ"
"โรคนี้มีทางเยียวยารักษาอย่างไรหรือไม่ครับ"
"โรคนี้มีทางเยียวยารักษาอย่างไรหรือไม่ครับ"
"การรักษาก็โดยการผ่าตัดเปลี่ยนกระจกตา เอากระจกตาของคนปกติมาใส่แทน
ก็ทำให้เห็นได้ชัดเหมือนเดิม ที่คนใจบุญเขาบริจาคดวงตาไว้
ก็เอาส่วนของกระจกตามาใช้ประโยชน์อย่างนี้แหละ"
"คุณหมอหมายความว่า การเปลี่ยนดวงตาก็คือเปลี่ยนเฉพาะกระจกตา
มิใช่เปลี่ยนทั้งลูกตาดังที่เข้าใจผิดกันใช่มั้ยครับ"
คุณหมอพยักหน้า
http://www.doctor.or.th/node/3625
หมอชาวบ้านฉบับวันที่ 28/12/2011
จาก: หมอชาวบ้าน <webmaster@doctor.or.th>
วันที่: 28 ธันวาคม 2554, 19:49
หัวเรื่อง: หมอชาวบ้านฉบับวันที่ 28/12/2011
ถึง:
หมอชาวบ้าน | e-newsletters ฉบับเดือนมกราคม 2555
| ||||||||||||||||||||||||