ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน"

ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
ร่วมลงนาม ยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ มั่นคงภายใน - กฎอัยการศึก - พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

วันศุกร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2554

สาธารณสุขเร่งตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 215 แห่งทั่วประเทศ (ฐานเศรษฐกิจ)

 
สาธารณสุขเร่งตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 215 แห่งทั่วประเทศ (ฐานเศรษฐกิจ)

         ปลัดกระทรวงสาธารณสุขมอบนโยบายให้โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ตั้งศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองในเขตเทศบาลเมืองทั่วประเทศ ปีนี้เริ่ม 215 แห่ง ทำหน้าที่เป็นหน่วยพยาบาลตรวจรักษาโรคทั่วไป ทำฟัน เยี่ยมไข้ฟื้นฟูสุขภาพ  ประชาชนในเขตเมืองได้รับบริการสะดวก รวดเร็วและโดนใจสุดๆ


          วันนี้(16 กันยายน 2554)ที่ศูนย์การประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพมหานคร นายแพทย์ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดประชุมผู้บริหาร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป/โรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่  จำนวน 600 คน เพื่อมอบนโยบายการพัฒนาศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง ให้เป็นแนวทางเดียวกันทั่วประเทศและเหมาะสมกับสภาพพื้นที่  ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ และให้บริการที่ได้มาตรฐาน ประชาชนเข้าถึงบริการอย่างสะดวก รวดเร็ว โดยมีรูปแบบของศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 4 จังหวัดคือ พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา แพร่ และสงขลา เป็นต้นแบบ  พร้อมมอบโล่ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองดีเด่นระดับเขต 18 รางวัล


          นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวว่า รัฐบาลโดยกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายจะพัฒนาระบบริการสุขภาพของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกระดับทั่วประเทศ ให้สามารถบริการที่บูรณาการและเชื่อมโยงกัน  โดยเพิ่มขีดความสามารถโรงพยาบาลแต่ละระดับ ให้การรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บ  เช่น พัฒนาโรงพยาบาลศูนย์ที่กระจายในภาคต่างๆ ให้มีความเป็นเลิศ เป็นศูนย์เชี่ยวชาญไม่แตกต่างจากโรงเรียนแพทย์  เช่นศูนย์โรคหัวใจ ศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ศูนย์มะเร็ง และศูนย์ทารกแรกเกิด มีระบบการส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาต่อที่มีประสิทธิภาพ  และพัฒนาโรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล สามารถให้บริการเชิงรุก ป้องกันโรค ลดจำนวนผู้ป่วย ให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง เป็นธรรม ทันเวลา และมีความพึงพอใจต่อบริการหรือโดนใจประชาชนสูงสุด 
 
          สำหรับงานเร่งด่วนที่ต้องเร่งดำเนินการขณะนี้ คือการลดความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลขนาดใหญ่ทั่วประเทศ คือที่โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป ซึ่งถือว่าเป็นศูนย์กลางรักษาผู้ป่วยที่มีอาการหนัก รุนแรง มีผู้เชี่ยวชาญ เครื่องมือแพทย์ชั้นสูง โดยมีประชาชนมาไปตรวจรักษาที่แผนกผู้ป่วยนอกหรือโอพีดีเฉลี่ยวันละกว่า 2,000 คน ผู้ป่วยดังกล่าวประมาณ 2 ใน 3 ป่วยเป็นโรคทั่วๆไป ทำให้โอพีดีแน่นแออัด รอคิวนาน  แพทย์มีเวลาตรวจน้อย ส่งผลให้คุณภาพการรักษาพยาบาลลดลง จึงมีนโยบายจัดตั้งศูนย์บริการสุขภาพชุมชนเมืองในเขตเทศบาลเมืองทุกแห่ง ให้เป็นหน่วยบริการสุขภาพของโรงพยาบาลใหญ่ตรวจรักษาผู้ป่วยทั่วๆไป หากป่วยหนักหรือฉุกเฉินจะส่งรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ ระบบนี้ประชาชนจะได้รับบริการสะดวก เร็วขึ้นกว่าเดิม


           นายแพทย์ไพจิตร์ กล่าวต่อไปว่า ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองนั้นจะมีบริการทั้งให้การรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค รวมทั้งการเข้าเยี่ยมบ้านดูแลฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยในชุมชน โดยเฉพาะโรคเรื้อรังเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง และมีบริการการแพทย์แผนไทยควบคู่ไปด้วย  โดยศูนย์สุขภาพชุมชนเมือง 1 แห่งจะดูแลประชากรประมาณ 30,000 คน ในระยะแรกจะตั้ง 215 แห่ง  โรงพยาบาลศูนย์จะตั้ง 3 แห่ง  โรงพยาบาลทั่วไปจะตั้ง 2 แห่ง  ส่วนโรงพยาบาลชุมชนขนาดใหญ่ ให้ทำตามความสามารถ  ขณะนี้บางจังหวัดเริ่มทำแล้ว คาดว่าจะครบทุกแห่งภายใน 3 เดือนนี้  แต่ละแห่งจะมีแพทย์ประจำอย่างน้อย 1 คน  มีเภสัชกร ทันตแพทย์ พยาบาลวิชาชีพ นักวิชาการสาธารณสุข นักกายภาพหรือแพทย์แผนไทย และเจ้าหน้าที่อื่นๆ  และนำบัตรคิวทันสมัยมาใช้เหมือนคิวของธนาคาร


ที่มา: ฐานเศรษฐกิจ           
วันที่: 16 ก.ย.54 
อ้างอิง: http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=83964&catid=176&Itemid=524

 
http://www.mfa.go.th/business/news_weeks2.php?id=40767

วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

วงเสวนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคยุค กสทช.เสนอตั้งองค์กรอิสระพิทักษณ์สิทธิประโยชน์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

วงเสวนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคยุค กสทช.เสนอตั้งองค์กรอิสระพิทักษณ์สิทธิประโยชน์ผู้บริโภคอย่างแท้จริง

วงเสวนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในยุค กสทช. แนะการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมและกิจการวิทยุโทรทัศน์อนาคต ควรตั้งหน่วยงานหรือองค์กรอิสระพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคอย่างแท้จริง
คณะอนุกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จัดเสวนา กลไกการคุ้มครองผู้บริโภคในยุค กสทช. เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแนวทางดำเนินการเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ในยุค กสทช. เพื่อนำข้อสรุปปรับใช้เป็นแนวทางคุ้มครองผู้บริโภคในอนาคต โดย ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ รองประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย กล่าวว่า การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคมและทุกธุรกิจ เป็นสิ่งสำคัญที่ทุกประเทศทั่วโลกให้ความสำคัญ เมื่อจัดตั้ง กสทช.แล้วเสร็จ องค์กรหรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค ตามมาตรา 27 ของ พรบ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ควรจัดตั้งขึ้นควบคู่กันไป พร้อมเสนอแนวทางคุ้มครองผู้บริโภค ว่า ควรให้ความสำคัญและมีความครอบคลุมทุกด้าน ทั้งกิจการโทรคมนาคม กิจการวิทยุโทรทัศน์ เนื่องจากปัจจุบันมีการร้องเรียนจากผู้บริโภคจำนวนมาก อีกทั้งต้องการให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค ต้องมีความเป็นอิสระและคล่องตัวในการดำเนินงาน เพื่อสามารถช่วยแก้ไขปัญหา และดำเนินการพิทักษ์สิทธิผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง
ด้านนางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานคณะอนุกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ในกิจการโทรคมนาคม กล่าวเช่นกันว่า องค์กรหรือหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค มีความสำคัญอย่างยิ่ง และควรมีเอกภาพในการดำเนินงาน และบุคลากรควรเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกิจการนั้นๆ ปราศจากการแทรกแซงจากภาครัฐและภาคเอกชน 
 
ข้อมูลข่าวและที่มา

ผู้สื่อข่าว : อนงนาฎ สิทธิคง   Rewriter : คณิต จินดาวรรณ
สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th



 วันที่ข่าว : 01 กันยายน 2554 

 

วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554

"โครงการนักลงทุนรุ่นใหม่" รุ่นที่ 20 วันที่ 17 - 31 ตุลาคม 2554

 "โครงการนักลงทุนรุ่นใหม่" รุ่นที่ 20

 

หลักการและเหตุผล

นิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษานับเป็นกลุ่มเยาวชนที่มีความรู้และศักยภาพ ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศในอนาคตหลังสำเร็จการศึกษา  ทั้งในฐานะผู้ลงทุนที่นำเงินออมมาลงทุนในหลักทรัพย์  หรือเป็นผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจของตนเอง  หรือประกอบวิชาชีพในฐานะพนักงานของหน่วยงานหรือสถาบันที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบการเงินและตลาดทุนของประเทศ    

สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ได้จัดการอบรมโครงการฯ มาแล้วจำนวน 19 รุ่น มีผู้ผ่านการอบรมมากกว่า 3,600 คน  โดยตระหนักดีว่าการวางรากฐานให้กลุ่มนิสิตนักศึกษาดังกล่าวได้มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานที่ถูกต้องเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และความสัมพันธ์ของตลาดทุนต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ  กลไกการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ในตลาดทุน เช่น ตราสารหุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์กองทุนรวม เป็นต้น รวมทั้งช่องทางต่าง ๆ ในการลงทุนในตลาดทุน   เพื่อให้ผู้ผ่านการอบรมมีทัศนคติที่ดี   ต่อระบบตลาดทุนไทยและการลงทุนในหลักทรัพย์  เป็นบทบาทที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องดำเนินการ  ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศโดยรวม  ทั้งนี้  เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับบุคลากรกลุ่มดังกล่าวก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ลงทุน หรือผู้ประกอบการ หรือผู้ประกอบวิชาชีพ ที่มีคุณภาพและมีบทบาทสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและตลาดทุนของประเทศในอนาคต 

 

วัตถุประสงค์

 

       สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย โดยได้รับความสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กำหนดจัดอบรมโครงการ "นักลงทุนรุ่นใหม่" ขึ้น  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและส่งเสริมความรู้ของเยาวชนไทยซึ่งเป็นนิสิตนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 ถึงชั้นปีที่ 4  ในสถาบันอุดมศึกษา  ให้มีพื้นฐานความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับระบบตลาดทุนไทย  โครงสร้างและความสัมพันธ์ต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ  การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน  หลักการและวิธีการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่ถูกต้องและ  มีประสิทธิภาพ โดยเน้นให้เข้าใจถึงปัจจัยสำคัญของบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ ทั้งในแบบวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิค  และพัฒนาการใหม่ ๆ ของตลาดทุนและธุรกิจหลักทรัพย์   ตลอดจนได้เรียนรู้และเพิ่มพูนประสบการณ์เกี่ยวกับการลงทุนในหลักทรัพย์  เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับก้าวสู่การเป็นผู้มีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจและตลาดทุนไทยในอนาคต

 

หัวข้อและเนื้อหาของหลักสูตรอบรมโครงการ "นักลงทุนรุ่นใหม่"

        หลักสูตรการอบรม บรรยายโดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาตลาดทุน  ซึ่งการบรรยายให้ความรู้ในเชิงลึกในหัวข้อเกี่ยวกับกลไกตลาดทุน    บทบาทและการดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การลงทุนในหลักทรัพย์  ฝึกปฏิบัติการวิเคราะห์หลักทรัพย์เน้นให้เข้าใจถึงปัจจัยสำคัญของบทวิเคราะห์ที่มีคุณภาพ  ดังนี้  

1.       วิวัฒนาการของตลาดเงิน และตลาดทุนในยุคโลกาภิวัตน์                                             

·        ความสัมพันธ์ของตลาดเงินและตลาดทุนต่อระบบเศรษฐกิจและการเงิน

·        พัฒนาการของตลาดทุนโลก

·        ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อตลาดทุนในยุคโลกาภิวัตน์

   2.       การดำเนินงานของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย                      

·        โครงสร้างตลาดทุนไทยและการกำกับดูแลตลาดทุน

·        โครงสร้างและองค์ประกอบของตลาดหลักทรัพย์

·        วิสัยทัศน์และบทบาทหน้าที่ในการสนับสนุนการระดมทุนระยะยาวและพัฒนาตลาดทุน

3.การซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์    

·        ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ด้วยคอมพิวเตอร์ (ASSET)

·        วิธีการ  ประเภทคำสั่ง และกระดานการซื้อขายหลักทรัพย์

·        การเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ และดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ 

·        การกำกับดูแลและตรวจสอบการซื้อขายหลักทรัพย์ 

    4.   ขั้นตอนสู่การเป็นนักลงทุนคุณภาพ                                                                      

·        การวางแผนทางการเงิน

·        ลักษณะการลงทุนและการวางแผนการลงทุน

·        ผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนประเภทต่าง ๆ

·         หลักการพิจารณาลงทุนในหลักทรัพย์                                        

   5.   การวิเคราะห์หลักทรัพย์เพื่อการลงทุน 

          .    ทฤษฎีการวิเคราะห์หลักทรัพย์

          .    การวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน (Fundamental

                       Analysis)                                                                                   

          ·      การวิเคราะห์หลักทรัพย์ทางเทคนิค (Technical Analysis)                                     

6.       เทคนิคกลยุทธ์การลงทุนในหลักทรัพย์

·        กลยุทธ์การลงทุนในหลักทรัพย์

·        การเดินทางของมดงานด้วยกลยุทธ์หุ้นห่านทองคำ 

·        ตามรอยเซียนอภิมหาเศรษฐี

7.       การจัดการกองทุนรวม และนวัตกรรมการลงทุนในรูปแบบต่าง  ๆ

8.       ตลาดทุนในรูปแบบที่แตกต่าง อาทิ ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า  ตลาดตราสารอนุพันธ์

9.       การพัฒนาบุคลากรรุ่นใหม่เพื่อเข้าทำงานในตลาดทุนอย่างมีประสิทธิภาพ

·        การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้จัดการกองทุน

·        การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าหน้าที่การตลาด

·        การเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์หลักทรัพย์               

10.    เยี่ยมชมการดำเนินงานของบริษัทหลักทรัพย์

11.    ภาคปฏิบัติ การวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยผู้เข้ารับการอบรมแต่ละกลุ่ม

 

ระยะเวลาอบรม  ระหว่างวันที่ 17 - 31 ตุลาคม 2554

 

สถานที่อบรม หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน  อินทรวิชัย  ชั้น 3 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

คุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม

     1. เป็นนิสิต นักศึกษาในระดับอุดมศึกษาที่กำลังศึกษาในชั้นปีที่ 2 ถึงชั้นปีที่ 4  ไม่จำกัดสาขาวิชา 

จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ และมีอายุไม่เกิน 25 ปี

2.  ได้รับการรับรองเป็นนักศึกษาจากสถาบันการศึกษา โดยอาจารย์ประจำในสาขาวิชาที่กำลังศึกษาอยู่

3.   เป็นผู้ที่มีความตั้งใจในการเรียนรู้ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นผู้นำและสามารถทำงานเป็นทีมได้

4.    สามารถเข้ารับการอบรมได้อย่างสม่ำเสมอตลอดหลักสูตร โดยไม่ขาด

 

หลักฐานการสมัคร 

        1. ใบแสดงผลการศึกษา (Transcript) หรือ ใบเกรดที่แสดงผลทางอินเตอร์เน็ต

 

    2. สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาบัตรประจำตัวนักศึกษา พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และระบุว่าใช้ในการสมัคร

โครงการอบรม "นักลงทุนรุ่นใหม่" รุ่นที่ 20 (ขอเป็นไฟล์ .pdf หรือ .jpg)

       โดยให้ scan เอกสารดังกล่าว ส่งมาที่ new.investors.program@gmail.com 

โดยใช้ Subject : หลักฐานการสมัคร นาย/นางสาว (ชื่อ-นามสกุล) NIP 20 (จะต้องดำเนินการจัดส่งทุกคน) 

      ตัวอย่าง : Subject: หลักฐานการสมัคร นางสาวอคัมย์สิริ สิริธนกุลชัย NIP 20

               

จำนวนผู้เข้ารับการอบรม        

           ผู้ผ่านการคัดเลือก จำนวน 300 คน เข้ารับการอบรมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่ประการใด        

 

การรับรองผลการอบรม

       นิสิตนักศึกษาที่เข้ารับการอบรมอย่างสม่ำเสมอ  และมีเวลาเข้ารับการอบรมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80ของระยะเวลาการอบรมตลอดหลักสูตร  จะได้รับใบวุฒิบัตรเพื่อรับรองการอบรมจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

 

ระยะเวลาการรับสมัคร  วันที่ 25 กรกฎาคม  16 กันยายน 2554 ทาง 

                               www.thaiinvestors.com

 

ประกาศผล  : วันที่ 30 กันยายน 2554

  

ผู้รับผิดชอบโครงการอบรม

 

                น.ส. อคัมย์สิริ สิริธนกุลชัย   สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย

                โทร. 0-2359-1255, 0-2359-1196 * 15 โทรสาร. 0-2654-5372

                E-mail : akumsiri@thaiinvestors.com

                Website : www.thaiinvestors.com

 

หมายเหตุ : กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมของเวลาและสถานที่ หากมีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เกิดขึ้นทางสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยจะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

"สงครามโพสต์-อิท" เทรนด์สุดฮิต สร้างสรรค์ใหม่ แบบ"ไม่เจ็บตัว"ของชาวออฟฟิศในฝรั่งเศส

 

"สงครามโพสต์-อิท" เทรนด์สุดฮิต สร้างสรรค์ใหม่ แบบ"ไม่เจ็บตัว"ของชาวออฟฟิศในฝรั่งเศส

วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เวลา 20:00:00 น.




ภาพแปะตัวการ์ตูนแพคแมน, ตินติน และสปอนจ์บ็อบ เริ่มปรากฏบนหน้าต่างกระจกอาคารสำนักงานหลายร้อยแห่งทั่วฝรั่งเศส ขณะที่ชาวออฟฟิศในกรุงปารีส กำลังทำการต่อสู้กันอย่างรุนแรง แต่เป็นการต่อสู้เพื่องานศิลปะบนหน้าต่างสำนักงาน โดยใช้กระดาษแปะโน้ตหลากสีสัน หรือที่เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "สงครามโพสต์-อิท" (La guerre des Post-it)

 

 

ศึกครั้งนี้มีต้นกำเนิดมาจากการแข่งประดับหน้าต่างด้วยกระดาษโพสต์-อิท ในสำนักงานต่างๆในย่านมงเทรญ์ ทางตะวันออกของกรุงปารีส ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทบริษัทผู้ผลิตเกมชั้่นนำอย่าง "อูบิซอฟท์" และสำนักงานสารสนเทศของธนาคารบีเอ็นพี-พาริบาส์  ตั้งแต่นั้นมา สงครามก็ได้ขยายวงกว้างออกไปยังอีกมุมหนึ่งของเมืองหลวง ในย่านกระทรวงกลาโหมฝรั่งเศส (La Défense) และย่านอิซเซ-เล-มูลิเนอซ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทและหน่วยงานชั้นนำด้านการสื่อสาร

 

 

ในช่วงตลอดฤดูร้อนที่ผ่านมา ทั่วทั้งกรุงปารีสเต็มไปด้วยงานศิลปการสร้างภาพจากการนำชิ้นส่วนเล็กๆ ที่นำมาปะติดปะต่อกัน หรือที่เรียกว่าคอลลาจ ที่รู้จักกันโดยทั่วไปว่าสงครามโพสต์-อิท สงครามดังกล่าวเป็นการต่อสู้กันระหว่างพนักงานออฟฟิศที่พยายามหาช่วงเวลาว่างระหว่างวันเพื่อแปะกระดาษโน้ตสีสันต่างๆ ทั้งชมพู เหลือง ส้ม และเขียว เพื่อสร้างสรรค์ภาพต่างๆเท่าที่จะจินตนาการได้แข่งกัน

 

 

การท้าชนที่เกิดขึ้นในย่านมงเทรญ์เมื่อเดือนพฤษภาคม ถูกริเริ่มขึ้นใหม่อีกครั้งโดยบริษัทจีดีเอฟ สุเอซ ซึ่งเป็นบริษัทด้านพลังงานชั้นนำ และธนาคารโซซิเอเต้ เจเนอราล ก่อนที่จะลามไปยังบริษัทอื่นๆ อาทิ สถานีโทรทัศน์ ฟรานซ์ 24 และโคคา-โคล่า ฟรานซ์ในย่านอิซเซ-เล-มูลิเนอซ์ และเมื่อเร็วๆนี้ กระแสดังกล่าวได้ลามไปยังหน้าต่างอาคารสำนักงานของเอเจนซี่โฆษณาในย่านใจกลางกรุงปารีส และไปไกลถึงเมืองลียงส์ และลีลล์

 

 

ผู้บริหารรุ่นใหม่จากบริษัททั้งหลายต่างแบ่งเวลาในช่วงกลางวันเพื่อมาร่วมพูดคุยกัน และเปรียบเทียบการสร้างสรรค์ผลงานและแผนการต่อสู้ นายจูเลียน เบริสซี โปรเจ็คต์ เมเนเจอร์วัย 28 จากธนาคารโซซิเอเต้ เจเนอราล กล่าวว่า ทุกครั้งที่พวกเขาเจอกัน ต่างฝ่ายมักมาพร้อมกับไอเดียการแปะกระดาษใหม่ๆที่ใหญ่กว่า แปลกกว่า และน่าค้นหากว่าเดิมทุกครั้ง ขณะที่นายสตีเฟน โอด์ จากจีดีเอฟ สุเอซ กล่าวว่าการแข่งขันก่อให้เกิดวงสังคมที่ดีเยี่ยม โดยการทำให้พนักงานจากบริษัทต่างๆที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ได้พูดคุยในสิ่งที่มีความสนใจตรงกัน

 

 

ในการแข่งขันครั้งล่าสุด อูบิซอฟท์ ได้รับตำแหน่งแชมป์ไปครอง จากความพยายามในการตกแต่งหน้าต่างสำนักงานที่ขยายออกเป็น 3 ชั้น และใช้กระดาษโพสต์-อิทมากกว่า 3,000 แผ่น เพื่อสร้างสรรค์การออกแบบที่มีความซับซ้อนยิ่งกว่าที่เคยทำมา ถึงขนาดขั้นที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ในการออกแบบ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพ: postitwar.com


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1314790513&grpid=&catid=08&subcatid=0804

ช่วยกันคัดค้านการนำมหาวิทยาลัยสวนสุนันทาออกสู่นอกระบบ



จาก: somboon srikomdokcare <wept_somboon@hotmail.com>
วันที่: 1 กันยายน 2554, 10:39
หัวเรื่อง:  ช่วยกันคัดค้านการนำมหาวิทยาลัยสวนสุนันทาออกสู่นอกระบบ
ถึง: 

เรียนพี่น้อง  ผู้นำแรงงานทุกองค์กรทุกพื้นที่
สภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยขอความร่วมมือทำหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนสุนันทาเพื่อคัดค้านการนำมหาวิทยาลัยของรัฐบาลอยู่ดีๆ แล้วจะออกสู่นอกระบบ
ทั้งนี้เพื่อคนจนๆ จะได้มีสิทธิส่งลูกเรียนได้ค่ะ
ขอขอบคุณค่ะ
คุณสมบุญ สีคำดอกแค
ประธานสภาเครือข่ายกลุ่มผู้ป่วยฯ
081813-28-98
 
 
ส่งไปที่  อธิการบดี  มหาวิทยาลัยลัยราชภัฎสวนสุนันทา 1 ถ.อู่ทอง แขวงวะชิระ เขตดุสิต กทม.10300